สำรวจร่องรอยความเสียหาย "ป่าพรุ" พัทลุง หลังไฟไหม้

สำรวจร่องรอยความเสียหาย "ป่าพรุ" พัทลุง หลังไฟไหม้

สำรวจร่องรอยความเสียหาย "ป่าพรุ" พัทลุง หลังไฟไหม้

รูปข่าว : สำรวจร่องรอยความเสียหาย "ป่าพรุ" พัทลุง หลังไฟไหม้

สำรวจร่องรอยความเสียหาย การสำรวจพื้นที่ป่าพรุหลังเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ พบว่าแม้จะอยู่ในฤดูน้ำหลาก แต่ร่องรอยความเสียหาย ยังคงปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน ส่วนพื้นที่ป่าพรุ ซึ่งรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้ นกนานาชนิดก็ได้อาศัยเป็นแหล่งทำรังวางไข่

นกอพยพและนกประจำถิ่นหลายหมื่นคู่ทำรังวางไข่บริเวนป่าราโพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าพรุในเขตห้ามล่าสัตว์ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ที่ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ป่าพรุครั้งใหญ่ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งแม้พื้นที่ป่าแห่งนี้จะเป็นแหล่งทำรังวางไข่ของนกซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่กลับถูกนายทุนนำไปออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ

ผู้คนในพื้นที่อาศัยความอุดมสมบูรณ์ของป่าพรุเป็นแหล่งทำมาหากินมาหลายชั่วอายุคน แต่ความเสื่อมโทรมของป่าพรุในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มส่งผลกระทบต่อผู้คนที่ใช้ป่าพรุเป็นฐานทรัพยากรในการดำรงชีวิต

ทีมข่าวไทยพีบีเอสล่องเรือสำรวจพื้นที่ป่าพรุในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ซึ่งขณะนี้อยู่ในฤดูน้ำหลาก โดยพื้นที่ป่าพรุเกือบทั้งหมดถูกน้ำท่วมขัง ทำให้ป่าพรุได้ฟื้นตัวจากความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ แต่ในหลายจุดพบว่าความเสียหายยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นเสม็ดขาวที่ยังมีร่องรอยถูกไฟไหม้ ส่วนต้นไม้ขนาดเล็กก็ยืนต้นตาย

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยมีพื้นที่กว่า 280,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและป่าพรุ ซึ่งในหลายจุดถูกนายทุนร่วมมือกับนักการเมืองท้องถิ่นและนักการเมืองระดับชาติ บุกรุกออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบไปแล้วกว่า 10,000 ไร่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าสามารถจับกุมดำเนินคดีและยึดคืนพื้นที่มาได้แล้วเกือบ 5,000 ไร่ ในระดับนานาชาติหลายประเทศให้ความสำคัญกับการดูแลป่าพรุและพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายของระบบนิเวศน์สูงมาก

ล่าสุดเครือข่ายภาคประชาชนรอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเตรียมขอคืนพื้นที่ป่าพรุคืนจากการบุกรุกของนายทุนและนักการเมือง โดยการสมยอมของทุกฝ่าย เพื่อให้เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเป็นพื้นที่ต้นแบบเรื่องการจัดการที่ดินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยปราศจากความขัดแย้ง


กลับขึ้นด้านบน