จนท.ปัตตานี คุมเข้มเฝ้าระวังการลักลอบนำรถยนต์ติดวัตถุระเบิด

จนท.ปัตตานี คุมเข้มเฝ้าระวังการลักลอบนำรถยนต์ติดวัตถุระเบิด

จนท.ปัตตานี คุมเข้มเฝ้าระวังการลักลอบนำรถยนต์ติดวัตถุระเบิด

รูปข่าว : จนท.ปัตตานี คุมเข้มเฝ้าระวังการลักลอบนำรถยนต์ติดวัตถุระเบิด

จนท.ปัตตานี คุมเข้มเฝ้าระวังการลักลอบนำรถยนต์ติดวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่ความมั่นคง เฝ้าระวังการลักลอบนำรถยนต์ติดวัตถุระเบิด เข้าพื้นที่จังหวัดปัตตานี หลังหนึ่งในผู้ต้องหา 5 คน ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา สารภาพว่า มีการเตรียมการนำรถยนต์ที่ได้จากการก่อเหตุ ไปดัดแปลง เพื่อนำมาก่อเหตุซ้ำ ส่วนที่จังหวัดยะลา เกิดเหตุยิงชาวสวนยาพาราเสียชีวิต 2 คน

ตำรวจภูธรเบตง จังหวัดยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิงพัก หรือขนำกลางสวนยางพารา ที่บ้านจาเราะซูซู หมู่ 4 ตำบลธารน้ำทิพย์ อำเภอเบตง อยู่ห่างจากถนนในหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร หลังได้รับแจ้งเหตุ ชาวบ้านที่มีอาชีพกรีดยางถูกยิงเสียชีวิต 2 คน ในที่เกิดเหตุตำรวจพบ นายวินัย หมั้นเรียน อายุ 44 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอำนาจเจริญ และนางสาวอำภา ภูมี อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดยะลา ถูกยิงเสียชีวิต โดยทั้งคู่มีอาชีพรับจ้างกรีดยางในสวนยางพาราดังกล่าว เบื้องต้น ตำรวจสามารถเก็บปลอกกระสุนปืนคาร์บิ้นได้จำนวน 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจะเร่งสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ส่วนที่จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจเข้มงวด โดยเฉพาะในเขตเมือง และย่านชุมชน เพื่อเฝ้าระวังการนำรถยนต์ประกอบระเบิด เข้ามาก่อเหตุซ้ำ หลังหนึ่งในผู้ต้องหา จำนวน 5 คน ที่ตำรวจจับกุมได้ เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เตรียมนำรถยนต์กระบะ ที่ขโมยไปจากเหตุยิงผู้อำนวยการ และครูโรงเรียนบ้านบาโง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ไปทำป้ายทะเบียนปลอม และเปลี่ยนสี เพื่อหาโอกาสก่อเหตุในเขตเทศบาลนครปัตตานี

ส่วนเหตุยิง ดาบตำรวจวรวิทย์ แก้วศรีอ่อน ตำรวจทางหลวง ประจำจุดตรวจกลาพอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ที่ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ใช้อาวุธปืนสงครามยิงเสียชีวิต พร้อมดาบตำรวจปฐมพงษ์ โค๊ะสามารถ และนายลีแจ สุหลง ภารโรงประจำจุดตรวจ ขณะเดินทางกลับจากภารกิจนำขบวนรถวีไอพี ในตัวเมืองปัตตานี เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน

ตำรวจคาดว่า ผู้ก่อเหตุ เป็นกลุ่มของ นายมะตารี ตาเย๊าะ แนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ ในอำเภอกะพ้อ และกลุ่มนายมะนัง บือราเฮง แนวร่วมในอำเภอสายบุรี เพราะการตรวจสอบประวัติ พบว่า อาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นอาวุธที่ทั้งสองกลุ่ม มักใช้ก่อเหตุในพื้นที่


กลับขึ้นด้านบน