"ภราดร" เผยเตรียมออกหมายเรียก "นักการเมืองท้องถิ่น" ให้ปากคำ กรณีพบชาว "โรฮิงญา" จำนวนมาก

"ภราดร" เผยเตรียมออกหมายเรียก "นักการเมืองท้องถิ่น" ให้ปากคำ กรณีพบชาว "โรฮิงญา" จำนวนมาก

"ภราดร" เผยเตรียมออกหมายเรียก "นักการเมืองท้องถิ่น" ให้ปากคำ กรณีพบชาว "โรฮิงญา" จำนวนมาก

รูปข่าว : "ภราดร" เผยเตรียมออกหมายเรียก "นักการเมืองท้องถิ่น" ให้ปากคำ กรณีพบชาว "โรฮิงญา" จำนวนมาก

"เลขาฯสมช."ประสาน "พม."ช่วยดูแลผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่เป็นเด็กสตรี สั่งตม. เผย "ดีเอสไอ-ตม." เร่งขยายผลตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องการหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงญาว่าเข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ ขณะเดียวกันเตรียมออกหมายเรียกนักการเมืองท้องถิ่นสอบปากคำ

วันนี้ (15 ม.ค.) พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.กล่าวถึง แนวทางการแก้ไขปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาว่า ยังคงให้การดูแลตามหลักมนุษยธรรม แต่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ เนื่องจากที่ผ่านมาชาวโรฮิงญาที่ลักลอบเข้าเมืองส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายเท่านั้น แต่ในช่วงนี้มีการจับกุชาวโรฮิงญาที่เป็นเด็กและสตรีเพิ่มมากขึ้นกว่า 100  คน

ในส่วนของชาวโรฮิงญาที่เป็นชายจะให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในแต่ละพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแล ขณะที่ในส่วนของชาวโรฮิงญาที่เป็นเด็กและสตรีนั้น จะประสานกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและและความมั่นคงของมนุษย์ ในการดูแลต่อไป ทั้งนี้ยังคงเน้นการสกัดกั้นแต่หากมีการลักลอบเข้ามาได้ก็จะต้องดูแลต่อไป

พล.ท.ภราดร ยังเผยว่า การดำเนินคดีในส่วนของชาวโรฮิงญาจะถูกดำเนินคดีในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและผู้ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและการให้ที่พักพิงเท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า กรณีนี้เข้าข่ายขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ รวมถึงเตรียมออกหมายเรียกนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้เพื่อดำเนินการทำการสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว

เลขาฯ สมช.ยังเผยถึงกรณีการลอบเผากล้องซีซีทีวีในจังหวัดยะลาว่า เป็นยุทธวิธีของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งเมื่อไม่สามารถก่อเหตุกับบุคคลจึงเป็นเป้าหมายไปเป็นอุปกรณ์และเครื่องมือของรัฐแทน รวมถึงอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลว่ามีกลุ่มผู้ที่เสียผลประโยชน์จากการประมูลกล้องวงจรปิดเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่

นอกจากนี้ การก่อเหตุดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาณขั้นต้นอย่างหนึ่งที่อาจจะมีการก่อเหุรุนแรงครั้งใหญ่ในพื้นที่ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงและผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้หารือและเตรียมวางมาตรการรับมือและเฝ้าระวังและเพิ่มกำลังหน่วยลาดตระเวนและชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อป้องกันการก่อเหตุ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีจำนวนน้อยจึงต้องใช้การเคลื่อนที่ในการก่อเหตุ


กลับขึ้นด้านบน