ดีเอสไอ เตรียมสรุปข้อมูลตรวจสอบทุจริตจัดซื้อยาแก้โรคหัวใจ

ดีเอสไอ เตรียมสรุปข้อมูลตรวจสอบทุจริตจัดซื้อยาแก้โรคหัวใจ

ดีเอสไอ เตรียมสรุปข้อมูลตรวจสอบทุจริตจัดซื้อยาแก้โรคหัวใจ

รูปข่าว : ดีเอสไอ เตรียมสรุปข้อมูลตรวจสอบทุจริตจัดซื้อยาแก้โรคหัวใจ

ดีเอสไอ เตรียมสรุปข้อมูลตรวจสอบทุจริตจัดซื้อยาแก้โรคหัวใจ ศูนย์ปฎิบัติการคดีพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมสรุปข้อมูลตรวจสอบการจัดซื้อยาของศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ ป.ป.ช.พิจารณา หลังพบความผิดปกติการจัดซื้อยาสูงเกินความเป็นจริง ขณะที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ อ้างว่า การจัดซื้อยาแพงกว่าโรงพยาบาลอื่น เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่จัดซื้อ รวมถึงบริษัทยาซึ่งเป็นผู้กำหนดราคา

ผู้บริหารศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เภสัชกร เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อและเจ้าหน้าที่พัสดุ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ศูนย์ปฎิบัปฎิบัติการคดีพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรณีพบการร้องเรียนการจัดซื้อยาโบเซนแทน หรือยารักษาผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีอาการความดันของเส้นเลือดในปอดสูง ซึ่งศูนย์หัวใจสิริกิติ์จัดซื้อยาดังกล่าวแพงกว่าโรงพยาบาลอื่นเกือบเท่าตัว

นายภาสกร เจนประวิทย์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการคดีพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลว่า การจัดซื้อยาแพงเกินจริงเข้าข่ายการทุจริตทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณหรือไม่ แต่จากหลักฐานการจัดซื้อยาโบเซนแทน ของศูนย์หัวใจสิริกิติ์ เปรียบเทียบกับโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ พบว่ามีราคาสูงกว่าที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศไว้กว่า 800 บาท ซึ่งจะทำการสุรปข้อมูล เสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ขณะที่ผู้ช่วยศาตราจารย์นายแพทย์นเรศ วโรภาสตระกูล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่า การ จัดซื้อยาแพงเกินความเป็นจริงเกิดจากความบกพร่องของคณะกรรมการจัดซื้อกับ บริษัทยาซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายยาโบเซนแทนเพียงรายเดียวของประเทศ ซึ่งศูนย์หัวใจสั่งซื้อยาดังกล่าวด้วยวิธีพิเศษ โดยไม่มีการเปรียบเทียบราคากับโรงพยาบาลอื่น พร้อมระบุว่า การจัดซื้อยาในราคาดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดของบริษัทยา ซึ่งเป็นผู้กำหนดราคาเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งขณะนั้น ยังไม่มีการประกาศราคากลางของกระทรวงสาธารณสุข โดยขณะนี้บริษัทยา ได้ทำหนังสือชี้แจงมายังศูนย์หัวใจและยินยอมชดใช้เป็นตัวยาโบเซนแทนเท่ากับจำนวนส่วนต่างที่ทางศูนย์หัวใจซื้อยาแพงกว่าโรงพยาบาลอื่น


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน