กระทรวงการต่างประเทศ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือชาวโรฮิงยา

กระทรวงการต่างประเทศ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือชาวโรฮิงยา

กระทรวงการต่างประเทศ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือชาวโรฮิงยา

รูปข่าว : กระทรวงการต่างประเทศ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือชาวโรฮิงยา

กระทรวงการต่างประเทศ เร่งหาแนวทางช่วยเหลือชาวโรฮิงยา กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า จะเร่งหาแนวทางในการช่วยเหลือชาวโรฮิงยา โดยยืนยันว่า แม้จะมีกฎหมายการส่งตัวกลับประเทศต้นทาง แต่จะพิจารณาตามหลักความปลอดภัยสากล ขณะที่ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี และเอาผิดกับขบวนการค้ามนุษย์ ที่นำชาวโรฮิงยามากักตัวไว้จำนวนมาก

ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา นำชาวโรฮิงยาจำนวนหนึ่ง ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากบ่อนไก่แห่งหนึ่งในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อยืนยันถึงจุดที่ขบวนการค้ามนุษย์นำตัวมากักขังไว้กว่า 20 วัน โดยจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบว่าภายในบ่อนไก่แห่งนี้ มีการกั้นห้องพัก และจัดเตรียมสถานที่อาบน้ำไว้จำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ตำรวจก็เร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางคดี โดยให้ชาวโรฮิงยา ชี้ตัวนายหน้าแรงงานต่างด้าวชาวไทย และชาวโรฮิงยาจำนวน 2 คน ซึ่งจับกุมมาได้ก่อนหน้านี้ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีเอาผิดกับนายหน้า และขบวนการค้ามนุษย์ที่อยู่เบื้องหลัง

ส่วนการให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงยา เบื้องต้น นอกจากความช่วยเหลือในพื้นที่ อธิบดีกรมพัฒนาและสวัสดิการ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเด็ก และสตรีชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่พักอยู่ที่บ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดสงขลา โดยมอบสิ่งของเครื่องใช้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ดูแลเด็ก และสตรีเหล่านี้ ตามหลักสิทธิมนุษย์ชน ส่วนความช่วยเหลือยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า ชาวโรฮิงญาทั้งหมดถูกหลอกลวงโดยขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่

ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ชาวโรฮิงญาที่ได้รับความช่วยเหลือกว่า 800 คน มีความผิดฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย และกำลังพิจารณาว่า มีกระบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ ซึ่งไทยจะพิจารณาส่งกลับไปยังแหล่งที่เดินทางมา โดยยึดหลักความปลอดภัยตามหลักสากล

ด้านปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์กรระหว่างประเทศ เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) และ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) แสดงความห่วงใย และต้องการช่วยเหลือชาวโรฮิงญา ซึ่งกำลังประสานกับหน่วยงานของไทยก่อน เพราะต้องยึดหลักอธิปไตย และกฎหมายของไทย

ขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ไม่เห็นด้วยหากจะให้ผลักดันชาวโรฮิงญาออกนอกประเทศ เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาจริง เมื่อผลักดันออกไป นายหน้าค้าแรงงาน จะนำตัวชาวโรฮิงยากลับเข้ามาขายแรงงานผิดกฎหมายอีก เบื้องต้น เตรียมเสนอให้ดูแลชาวโรฮิงยาที่ถูกหลอกลวงมาขายแรงงานในฐานะเหยื่อค้ามนุษย์ เพื่อดึงองค์การสหประชาชาติ เข้ามาดูแลความเป็นอยู่ไม่ปล่อยให้อดอยาก และหาประเทศที่ 3 รองรับชาวโรงฮิงยากลุ่มนี้ต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.อนุชา รมยานันท์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า วันนี้ (16 ม.ค.) จะมีการประชุมร่วมระหว่าง ตำรวจ, กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงขอมนุษย์ และตัวแทนจาก 25 ประเทศ เพื่อหารือเรื่องการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ โดยครั้งนี้ประเทศไทยจะถือโอกาสรายงานผล และมาตรการการแก้ปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ของไทยให้ที่ประชุมรับทราบด้วย


กลับขึ้นด้านบน