คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น วางหลักเกณฑ์จัดซื้อใหม่ หลังพบซื้อยา "โบเซนแทน" สูงเกินจริง

คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น วางหลักเกณฑ์จัดซื้อใหม่ หลังพบซื้อยา "โบเซนแทน" สูงเกินจริง

คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น วางหลักเกณฑ์จัดซื้อใหม่ หลังพบซื้อยา "โบเซนแทน" สูงเกินจริง

รูปข่าว : คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น วางหลักเกณฑ์จัดซื้อใหม่ หลังพบซื้อยา "โบเซนแทน" สูงเกินจริง

คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น วางหลักเกณฑ์จัดซื้อใหม่ หลังพบซื้อยา ผู้บริหารศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยอมรับว่า การจัดซื้อยาโบเซนแทนสูงเกินความเป็นจริง เกิดจากความไม่รอบคอบของคณะกรรมการจัดซื้อ ล่าสุดได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การซื้อเวชภัณฑ์ใหม่แล้วเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ

ประกาศของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรื่องหลักเกณฑ์และแนวทางปฎิบัติของคณะกรรมการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์และศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ระบุถึงขั้นตอนการสั่งซื้อยาทุกชนิดต้องเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

รวมถึงการสั่งซื้อยาต้องอ้างอิงประกาศราคากลางของกระทรวงสาธารณสุข โดยมาตรการใหม่ที่ถูกนำไปใช้เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจัดซื้อยารวมถึงเวชภัฑณ์ทุกชนิดของศูนย์หัวใจสิริกิติ์ หลังพบการร้องเรียนการจัดซื้อยาโบเซนแทน หรือ ยารักษาผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีอาการความดันเลือดในปอดสูงเกินความเป็นจริง

นพ.ทรงศักดิ์ เกียรติชูสกุล ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจสิริกิต์ ระบุว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ออกระเบียบการสั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์ใหม่ โดยให้คณะกรรมการจัดซื้อปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะการตรวจสอบราคายาจากประกาศของกระทรวงสาธารณสุข หรือ หากไม่มีการประกาศราคากลาง ให้ตรวจสอบกับโรงเรียนแพทย์อย่างน้อย 2 แห่ง เพื่อป้องกันความผิดพลาด

พร้อมยอมรับว่าการจัดซื้อยาโบเซนแทนแพงเกิดความเป็นจริง เกิดจากความไม่รอบคอบของคณะกรรมการจัดซื้อ ซึ่งขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการจัดซื้อยาโบเซนแทน ตั้งแต่ ปี 2550 จนถึงปัจจุบันแล้ว

ส่วนการดำเนินการเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อหาความเชื่อมโยงการทุจริตอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฎิบัติ  การคดีพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีการเรียกสอบปากคำคณะกรรมการจัดซื้อของศูนย์หัวใจสิริกิติ์ไปแล้วกว่า10 ปาก โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อรายหนึ่ง ว่ามีส่วนได้รับผลประโยชน์จากบริษัทยาหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ30 วัน เพื่อสรุปสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.


กลับขึ้นด้านบน