ปฏิรูประบบเลือกตั้งไทยกับแนวคิด "เอ็มเอ็มพี" ของนิวซีแลนด์

ปฏิรูประบบเลือกตั้งไทยกับแนวคิด "เอ็มเอ็มพี" ของนิวซีแลนด์

ปฏิรูประบบเลือกตั้งไทยกับแนวคิด "เอ็มเอ็มพี" ของนิวซีแลนด์

รูปข่าว : ปฏิรูประบบเลือกตั้งไทยกับแนวคิด "เอ็มเอ็มพี" ของนิวซีแลนด์

ปฏิรูประบบเลือกตั้งไทยกับแนวคิด แม้ประธานกรรมการการเลือกตั้งประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (MMP) มากว่า 40 ปี จะยืนยันว่า เป็นที่มาของรัฐบาลผสมมาโดยตลอด แต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ย้ำที่จะคงระบบการเมืองใหม่นี้ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ทบทวนแก้ไขก็ตาม

ระหว่างการแลกเปลี่ยนความเห็น ภายใต้หัวข้อเรื่อง"การปฏิรูประบบเลือกตั้งของไทยกับแนวคิด MMP และระบบอื่น ๆ" นายโรเบิร์ต เพเดน ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็น 1 ใน 9 ประเทศที่ใช้ระบบการเลือกผู้แทนแบบการเลือกตั้งสัดส่วนผสม (MMP) ได้ยืนยันถึงการบังคับใช้ตั้งแต่ ปี 1970 ว่าการเลือกตั้งด้วยระบบนี้ที่มาของรัฐบาลแบบผสมมาโดยตลอด แต่ก็ยอมรับว่า ระบบ MMP จะทำให้ได้ผู้แทนที่หลากหลาย

และแม้จะมีข้อทักท้วงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ร่างแรก โดยเหตุผลหลักที่ถูกอ้างอิงนั้น คือการได้มาซึ่งรัฐบาลผสม อันเป็นเหตุให้การเมืองไทยย้อนกลับไปสู่ห้วงปัญหหาแบบเดิม นั่นคือการต่อรองทางการเมือง แต่นายสุจิต บุญบงการ รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็ยืนยันกลางเวททีแลกเปลี่ยนความเห็นถึงเจตนาของการบัญญัติระบบการเมืองใหม่นี้ ด้วยหวังให้ผลการเลือกตั้งสะท้อนความนิยมของประชาชนอย่างแท้จริง

หลังฝ่ายเมือง อย่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งคำถามถึงความซับซ้อนในวิธีการคิดคำนวณ ทั้งการแบ่งบัญชีรายชื่อออกเป็น 6 ภาค และการจัดลำดับความนิยมที่เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง..ได้เลือกตัวบุคคลในบัญชีรายชื่อเอง

การเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการเมือง ด้วยระบบเอ็มเอ็มพีในวันนี้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นเพื่อให้เกิดการรับฟังและเรียนรู้จุดเด่นและจุดด้อยของระบบการเมือง และไม่เพียงแต่ประเทศนิวซีแลนด์เท่านั้น ที่ได้สะท้อนถึงที่มาของรัฐบาลผสม แต่ยังมีประเทศ ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งต่างก็ใช้ระบบนี้มายาวนานกว่า  40 ปี


กลับขึ้นด้านบน