แนวโน้มธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ปี 2556 ขยายตัวสู่ระดับ 1 ล้านล้านบาท ให้จับตา"คุณภาพหนี้"

แนวโน้มธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ปี 2556 ขยายตัวสู่ระดับ 1 ล้านล้านบาท ให้จับตา"คุณภาพหนี้"

แนวโน้มธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ปี 2556 ขยายตัวสู่ระดับ 1 ล้านล้านบาท ให้จับตา"คุณภาพหนี้"

รูปข่าว : แนวโน้มธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ปี 2556 ขยายตัวสู่ระดับ 1 ล้านล้านบาท ให้จับตา"คุณภาพหนี้"

แนวโน้มธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ปี 2556 ขยายตัวสู่ระดับ 1 ล้านล้านบาท ให้จับตา มาตรการภาษีรถคันแรก ส่งผลต่อการเติบโตในอัตราเร่งของสินเชื่อเช่าซื้อรถในระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2555-2556 คาดส่งผลให้ขนาดสินเชื่อเช่าซื้อแตะระดับ 1 ล้านล้านบาท ปี 2556

 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยในระดับกว่า 30% ติดต่อกันสองปี ทำให้เรื่องคุณภาพหนี้ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหลังจากลูกค้ากลุ่มที่ซื้อเพราะหวังสิทธิภาษีเริ่มได้รับเงินภาษีคืน เนื่องจากผู้ประกอบการเช่าซื้อบางรายยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการคงเงื่อนไขการวางเงินดาวน์ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยได้แข่งกันจนถึงระดับต้นทุนแล้ว

            
โดยมาตรวัดด้านคุณภาพหนี้ อันได้แก่ สัดส่วนเอ็นพีแอลของสินเชื่อเช่าซื้อในระบบธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2555 ไต่ระดับสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย มาที่ 1.32% จาก 1.15% ของช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลของฐานยอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อที่โตดีมากถึง 33.6% 
 
อย่างไรก็ตาม การประเมินจากมิติของจำนวน พบว่าเร่งตัวขึ้นถึง 52% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มาที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนเริ่มแรกที่บ่งบอกถึงประเด็นคุณภาพสินทรัพย์ และทำให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจยังไม่ใช่ภาวะเสี่ยงสูงสุดของปัญหาคุณภาพหนี้เนื่องจากหากพิจารณาจากเงื่อนเวลาของการเริ่มได้รับเงินคืนจากภาครัฐ 
 
ผนวกกับการที่อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ซื้อกลุ่มเสี่ยงจะส่งผลต่อ NPL ตลอดจนยอดการใช้สิทธิที่ยังค่อนข้างกระจุกตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 ถึงครึ่งแรกของปี 2556 ทำให้คาดว่าอาจต้องจับตาประเด็นคุณภาพหนี้ที่อาจจะเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2556
            
อีกประเด็นติดตาม คือ ความเป็นไปได้ที่ ธปท.อาจมีการนำแนวทางการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (Macro Prudential) เพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งหากออกมาจริง ก็อาจกระทบยอดสินเชื่อบ้าง แต่ก็คงส่งผลดีต่อเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินและระบบเศรษฐกิจในระยะยาว
            
นอกเหนือจากนั้น คงต้องพิจารณาปัจจัยด้านพัฒนาการทางเศรษฐกิจประกอบด้วย เนื่องจากหากสามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง และราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักของไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างที่หลายฝ่ายคาดไว้ ก็จะส่งผลดีต่อรายได้ของผู้ที่กำลังผ่อนรถในวงกว้าง ซึ่งน่าจะช่วยคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ได้ 
 
ขณะที่ คาดว่าผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ คงมีวิธีการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ที่รัดกุมเพียงพอ ซึ่งครอบคลุมไปถึงขั้นตอนการขายทอดตลาด ที่คงมีส่วนสูญเสียจำกัด (ท่ามกลางความต้องการรถมือสองที่ยังเติบโตตามความต้องการเปลี่ยนรถใหม่ เป็นต้น) ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว น่าจะช่วยให้สามารถรับมือและบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น
 


กลับขึ้นด้านบน