เงินบาทแข็งค่าทะลุ 30 บาท/ดอลลาร์ฯ ...ความเสี่ยงและโอกาสสำหรับภาคธุรกิจไทย

เงินบาทแข็งค่าทะลุ 30 บาท/ดอลลาร์ฯ ...ความเสี่ยงและโอกาสสำหรับภาคธุรกิจไทย

เงินบาทแข็งค่าทะลุ 30 บาท/ดอลลาร์ฯ ...ความเสี่ยงและโอกาสสำหรับภาคธุรกิจไทย

รูปข่าว : เงินบาทแข็งค่าทะลุ 30 บาท/ดอลลาร์ฯ ...ความเสี่ยงและโอกาสสำหรับภาคธุรกิจไทย

เงินบาทแข็งค่าทะลุ 30 บาท/ดอลลาร์ฯ ...ความเสี่ยงและโอกาสสำหรับภาคธุรกิจไทย เงินบาทแข็งค่าผ่านระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทุบสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 17 เดือนใกล้ 29.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ

 โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้ว 2.8% นับจากต้นปี 2556 นำมาเป็นอันดับ 1 ของสกุลเงินเอเชีย ทั้งนี้ เงินบาทได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินทุนไหลเข้าของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นไปทั้งภูมิภาค ขณะที่ ยังคงมีอีกหลายตัวแปรที่อาจมีผลต่อมุมมองการลงทุน และการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า

 
การปรับตัวแข็งค่าของเงินบาท มีผลต่อความสามารถทางการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในภาพกว้าง อย่างไรก็ดี ขอบเขตของผลกระทบ คงมีความแตกต่างกันในรายประเภทอุตสาหกรรม ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย อันรวมถึงความสามารถในการปรับตัว/บริหารจัดการของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ (Import Content) ค่อนข้างน้อย และประสบกับปัญหาการสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันอยู่แล้ว จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งหลักอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียได้เปรียบจากการปรับตัวของค่าเงิน 
 
ดังนั้น ผู้ประกอบการกลุ่มนี้คงจำเป็นต้องปรับตัวด้วยการเน้นพัฒนาคุณภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ธุรกิจที่มีสายการผลิตยาว มีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศค่อนข้างสูง อาจได้รับผลกระทบในขอบเขตที่ค่อนข้างจำกัด รวมถึงอาจได้รับอานิสงส์บางส่วนจากต้นทุนนำเข้าที่ต่ำลง 
 
ด้านธุรกิจบริการในประเทศที่มีจุดแข็งด้านคุณภาพสูงและตลาดมีความหลากหลาย ก็น่าจะสามารถปรับตัวทั้งในด้านคุณภาพและราคาเพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขันไว้ได้ ส่วนธุรกิจที่พึ่งพาตลาดในประเทศเป็นหลัก คงจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากประเด็นนี้มากนัก  
          
มองไปข้างหน้าในภาวะที่เงินบาทยังมีโอกาสปรับตัวผันผวนในทิศทางที่แข็งค่า ประกอบกับการรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุนที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นนั้น นอกจากการปรับตัวในระยะสั้น ผ่านการกระจายตลาดส่งออก การนำเข้าวัตถุดิบจากแหล่งที่มีต้นทุนถูกกว่า การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงด้านต่างๆ และการบริหารจัดการต้นทุนและสายการผลิต ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องแล้ว
 
 การแสวงหาโอกาสขยายกิจการ/การลงทุนไปยังต่างประเทศท่ามกลางกระแส AEC ที่จะมาถึง คงจะเป็นหนึ่งในแนวทางที่เอื้อให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพและความพร้อม สามารถตอบโจทย์การรักษาความสามารถทางการแข่งขันไว้ได้ในระยะยาว
 


กลับขึ้นด้านบน