สำรวจกำแพงพรมแดนไทย-มาเลย์ เส้นทางขบวนการค้ามนุษย์ส่งตัว "โรฮิงญา"

สำรวจกำแพงพรมแดนไทย-มาเลย์ เส้นทางขบวนการค้ามนุษย์ส่งตัว "โรฮิงญา"

สำรวจกำแพงพรมแดนไทย-มาเลย์ เส้นทางขบวนการค้ามนุษย์ส่งตัว "โรฮิงญา"

รูปข่าว : สำรวจกำแพงพรมแดนไทย-มาเลย์ เส้นทางขบวนการค้ามนุษย์ส่งตัว "โรฮิงญา"

สำรวจกำแพงพรมแดนไทย-มาเลย์ เส้นทางขบวนการค้ามนุษย์ส่งตัว ไทยพีบีเอส พบว่า รั้วลวดหนามหลังชุมชนมัสยิดตำบลปาดังเบซาร์ เป็นเส้นทาง ที่นายหน้าขบวนการค้ามนุษย์ใช้ส่งตัวชาวโรฮิงญาไปประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่อดีตนักการเมืองท้องถิ่นในตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีค้ามนุษย์กำลังเจรจาขอเข้ามอบตัวในเร็วๆ นี้


 

กำแพงรั้วลวดหนาม หลังมัสยิดปาดังเบซาร์ พรมแดนกั้นระหว่างไทย-มาเลเซีย เป็นจุดที่ถูก พ.ต.อ.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ระบุว่า ขบวนการค้ามนุษย์ ใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออก ส่งตัวชาวโรฮิงญา ให้กับนายหน้าประเทศมาเลเซีย

การลักลอบหลบหนีออกจากประเทศพม่า ของชาวโรฮิงญา ส่วนใหญ่จะใช้เรือ และล่องมายังภาคใต้ฝั่งอันดามัน โดยเฉพาะจังหวัดระนอง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของขบวนการค้ามนุษย์ จากนั้นกลุ่มขบวนการจะใช้วิธีการขนชาวโรฮิงญาขึ้นรถโดยสารแบบกลุ่มย่อย เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ไปยัง จังหวัดพังงา บางส่วนแยกย้าย ไปยัง จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา


 

หากต้องการข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย นอกจากใช้รถโดยสารเป็นพาหนะ ชาวโรฮิงญา จะใช้วิธีการเดินเท้า ผ่านเส้นทางภูเขา ที่เป็นรอยต่อระหว่างประเทศ ซึ่งการทะลักเข้ามาของชาวโรฮิงญา จำนวนมาก ทำให้ การดูแลต้องกระจาย ชาวโรฮิงญา ไปยังหลายจุดในภาคใต้ ทั้งสถานีตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัว ขณะที่แนวทางการแก้ปัญหายังไม่มีความชัดเจน

ด้านการติดตามเครือข่ายกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์มาดำเนินคดี ตำรวจระบุว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้สืบสวนขยายผลเบื้องต้นแล้ว 10 คน และกำลังดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกออกหมายจับ คือ นายประสิทธิ์ เหล็มเล๊ะ อดีตนักการเมืองท้องถิ่นในตำบลปาดังเบซาร์ อยู่ระหว่างการติดต่อของมอบตัว นายจามา นาดิน ชาวพม่า และ ชาวโรฮิงยาอีก 1 คน


กลับขึ้นด้านบน