พระสงฆ์ไทย-ลาว-เขมร ร่วมเดินขบวนธรรมยาตราแม่น้ำโขง อธิษฐานจิตขอความอุดมสมบูรณ์คืนสายน้ำ

พระสงฆ์ไทย-ลาว-เขมร ร่วมเดินขบวนธรรมยาตราแม่น้ำโขง อธิษฐานจิตขอความอุดมสมบูรณ์คืนสายน้ำ

พระสงฆ์ไทย-ลาว-เขมร ร่วมเดินขบวนธรรมยาตราแม่น้ำโขง อธิษฐานจิตขอความอุดมสมบูรณ์คืนสายน้ำ

รูปข่าว : พระสงฆ์ไทย-ลาว-เขมร ร่วมเดินขบวนธรรมยาตราแม่น้ำโขง อธิษฐานจิตขอความอุดมสมบูรณ์คืนสายน้ำ

พระสงฆ์ไทย-ลาว-เขมร ร่วมเดินขบวนธรรมยาตราแม่น้ำโขง อธิษฐานจิตขอความอุดมสมบูรณ์คืนสายน้ำ เจ้าคณะอำเภอเชียงแสนชี้เป็นวิธีช่วยกันกอบกู้ธรรมชาติคืนมา ชาวบ้านร่วมขบวนกันคึกคัก

  ที่บริเวณปางช้าง โรงแรมอนันตรา อ.เชียงแสน จ.เชียงราย กลุ่มพระสงฆ์-สามเณรกว่า 40 รูปจากไทย ลาวและกัมพูชา และชาวบ้านริมน้ำโขงจ.เชียงราย รวมผู้ที่เกี่ยวข้องราว 200 คน ได้ร่วมกันจัดขบวนธรรมยาตราเพื่อแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2 ปี ประจำปี2556  ขึ้นเป็นวันแรก โดยขบวนธรรมยาตราครั้งนี้ เดินจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ผ่านอ.เชียงของ และไปสิ้นสุดที่บ้านห้วยลึก อ.เวียงแก่น รวมระยะทาง 117 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งหมด  8 คืน 9 วัน เมื่อวันที่ 18 มกราคม

 
นายสมเกียรติ เขื่อนชียงสา  ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์น้ำของ เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงล้านนา จ.เชียงราย กล่าวว่า  ประชาชนลุ่มแม่น้ำโขง ทราบดีว่า สายน้ำโขงมีคุณประโยชน์ในการดำรงชีวิตของประชาชนทุกคน ซึ่งในการทำความเคารพต่อแม่น้ำ นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยชาวพุทธมักจะมีพิธีทางศาสนาหลายอย่างเพื่อแสดงความศรัทธาในแม่น้ำ และขอขมาลาโทษ  การเดินธรรมยาตราก็เช่นกัน เป็นการเดินตามวิถีพุทธศาสนา เพื่อขอบคุณต่อธรรมชาติ  ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรมของมนุษย์
 
“คนลุ่มน้ำโขง อย่างเช่น คนล้านนา เชื่อว่าแม่น้ำโขงเป็นแอ่งวัฒนธรรมโบราณของล้านนา ที่ผู้คนในเขตลุ่มน้ำโขง อิง-กก ต่างพึ่งพาอาศัยทรัพยากรธรรมชาติจากลุ่มแม่น้ำ เป็นดั่งแม่ผู้หล่อเลี้ยงชีวิตเสมอมา แต่เมื่อดินแดนแถบนี้กลายเป็นเป้าหมายของกระบวนการพัฒนา สมัยใหม่ เช่น โครงการส่งเสริมเกษตรเชิงเดี่ยว โครงการขุดลอกทางน้ำต่างๆ โครงการระเบิดเกาะแก่งเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ และโครงการเขื่อนในลุ่มน้ำโขง ได้นำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่ดินแดนแถบนี้อย่างมากมาย  ที่ผ่านมาการทำลายแหล่งน้ำแห่งนี้เป็นไปเพื่อพัฒนาที่มุ่งเน้นตัวเลขทางเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการไม่เคารพธรรมชาติทั้งสิ้น ดังนั้นการเดินในครั้งนี้ จึงเป็นอีกส่วนนึ่งของพิธีกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อเสริมสร้างการฝึกฝนสติทุกย่างก้าว เรียนรู้ตนเอง ผู้คนร่วมทางและระหว่าง รวมทั้งเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างจิตวิญญาณของคนกับธรรมชาติ และเสริมสร้างพลังของเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำ และธรรมชาติ ให้มีกำลังใจในการปกป้อง” นายสมเกียรติ กล่าว
 
นายยก แซง ลอง ผู้อำนวยการสมาคมชาวพุทธเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ประเทศกัมพูชา หนึ่งในผู้ร่วมขบวนธรรมยา  กล่าวว่า ทราบว่าจะมีขบวนธรรมยาตรา จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วม พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์  2 รูป  โดยพระทั้งสองรูปจะร่วมขบวนจนวันสุดท้าย เพื่อนำประสบการณ์ไปเทศนาธรรมในประเทศกัมพูชา เนื่องจากสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในกัมพูชาก็น่าเป็นห่วงอย่างมาก การใช้ธรรมะเพื่อการอบรมประชาชนให้เห็นคุณค่าของธรรมชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญ
                
พระเลียง เจ้าคณะอำเภอเมือง นครกัมปงจาม  ซึ่งบวชมานานกว่า 33 พรรษา  กล่าวว่า ในการเทศนาธรรมปัจจุบันต้องเน้นการสอนให้คนรู้จักบุญคุณของธรรมชาติ ที่คอยสรรค์สร้างชีวิตทุกชีวิตให้มีคุณค่า  มีอยู่ มีกิน ดังนั้น การปฏิบัติธรรมในด้านการเดินภาวนาจิตเพื่อธรรมชาติ ก็เท่ากับว่าเป็นการทบทวนและศึกษาธรรมชาติ รอบๆ ตัวว่า มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า พระที่ปฏิบัติธรรมล้วนเข้าใจ แต่การที่จะนำเสนอให้ฆราวาสเข้าใจก็ต้องแสดงให้เขาเห็นในความจริง โดยการร่วมขบวนเดินนั้นก็เป็นการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างสาวกพระพุทธศาสนาและ ฆราวาสทุกคน
              
นางอัมพุ โชติวรรณ ชาวอ.เชียงแสน จ.เชียงราย จิตอาสาในขบวนธรรมยาตรา  กล่าวว่า ตนเคยร่วมขบวนมาแล้วในครั้งแรก รู้สึกว่าการเดินช่วยให้จิตสงบขึ้น และได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเครือข่ายต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งฟังเทศนาธรรมอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าโอกาสอย่างนี้หาไม่ได้ง่าย จึงตัดสินใจมาร่วมขบวนอีกครั้ง และมาคนเดียวทุกครั้ง โดยกิจกรรมที่ทำในช่วงการเดินขบวนก็มีตั้งเสิร์ฟน้ำ เตรียมภัตตาหารถวายพระภิกษุสงฆ์ และการบริการด้านการปฐมพยาบาล เพราะตนเคยประกอบอาชีพพยาบาลมาก่อน จึงนำมาใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
                
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเดินขบวนในช่วงเช้า  มีการประกอบพิธีอธิษฐานจิต ของพระสงฆ์และประชาชนที่ร่วมเดินขบวน โดยมีเนื้อหาสรุปว่า ในการเดินขบวนครั้งนี้ ทุกคนจะเดินด้วยจิตสำนึกรักธรรมชาติ และมีสติระลึกถึงคุณค่าของแม่น้ำ และทุกชีวิตอย่างสงบ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือไม่แสดงพฤติกรรมอันเป็นการละเมิดธรรมชาติ ตลอดจนขอให้ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติกลับคืนมาสู่ท้องถิ่นอีกครั้ง  ทั้งนี้ระหว่างการเดินขบวน ใน ตำบลเวียง  นั้น มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากนำสิ่งของมาใส่บาตรพระสงฆ์อย่างต่อเนื่อง 
 
ช่วงบ่าย พระพุทธิญามุณี  เจ้าคณะอำเภอเชียงแสน ได้เดินทางมาร่วมาขบวนพร้อมกล่าวนำการเดิน ว่า การเดินขบวนธรรมยาตราในครั้งนี้เป็นการปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างให้จิตใจและร่างกายให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ซึ่งผู้ร่วมเดินขบวนทุกคนต้องเข้าใจว่า  ทุกย่างก้าวนั้นควรเป็นไปเพื่อการอธิษฐานจิต ในการกอบกู้ธรรมชาติที่สูญเสียไปกลับคืนมา ซึ่งการได้มาของคุณประโยชน์ และสิ่งสำเร็จทุกอย่าง ต้องเริ่มจากการทำความรู้จักตัวเองทั้งภายนอกและภายใน แล้วลงมือปฏิบัติ ตามความคิด ความเชื่อในสิ่งที่ถูกที่ควร  โดยในการเดินขบวนนั้นต้องไม่รบกวนผู้อื่น ไม่ละเมิดธรรมชาติตามทาง ไม่สร้างความบอบช้ำ และต้องพยายามหวนรำลึกถึงแนวทางในการปกป้องพิทักษ์ธรรมชาติด้วยใจที่ศรัทธา  
 
ก่อนหน้านี้ชาวบ้านจาก 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงในประเทศไทย ได้ร่วมกันคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรีในสปป.ลาว ที่ดำเนินการโดยบริษัทช.การช่าง จำกัด(มหาชน) และยังได้ฟ้องศาลปกครองกรณีที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ลงนามการซื้อไฟฟ้าจากประเทศลาว เพราะมองว่าเป็นการทำขั้นตอนคือไม่มีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และชาวบ้านยังได้เรียกร้องให้ธนาคารพาณิชย์ 6 แห่งที่สนับสนุนด้านการเงินกับบริษัทช.การช่าง ถอนตัวจากโครงการเพราะถือว่าเป็นโครงการที่ขาดธรรมาภิบาล


กลับขึ้นด้านบน