ภาคเอกชนห่วงเงินบาทแข็งค่า กระทบผู้ส่งออก

ภาคเอกชนห่วงเงินบาทแข็งค่า กระทบผู้ส่งออก

ภาคเอกชนห่วงเงินบาทแข็งค่า กระทบผู้ส่งออก

รูปข่าว : ภาคเอกชนห่วงเงินบาทแข็งค่า กระทบผู้ส่งออก

ภาคเอกชนห่วงเงินบาทแข็งค่า กระทบผู้ส่งออก เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สภาอุตสาหกรรมฯ เรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาควบคุมทิศทางของค่าเงินให้ไปในทิศทางเดีนยวกับค่าเงินอื่นๆในภูมิภาค

ค่าเงินบาทตลอดสัปดาห์ได้แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวานนี้ปิดตลาดที่ 29 บาท 78 สตางค์ต่อดอล่าร์สหรัฐ ทำให้นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แสดงความเป็นห่วงว่า อาจจะกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการได้ ภาคเอกชนเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เข้ามาควบคุมทิศทางค่าเงินบาท ให้เคลื่อนไหวเกาะกลุ่มไปกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ส่งออก และหากเทียบกับช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนของไทยค่อนข้างมีเสถียรภาพ

เช่นเดียวกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เงินบาทที่แข็งค่าในรอบ 16 เดือนนี้ ถือเป็นระดับที่น่าเป็นห่วง และจะกระทบต่อผู้ส่งออก รวมถึงไม่สะท้อนความต้องการเงินบาทที่แท้จริง จึงเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ต้องดูแลความผันผวนระยะสั้น หรือการไหลเข้าออกของเงินทุนที่รวดเร็ว ขณะที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่มีความผันผวนช่วงนี้ เนื่องจากมีเงินทุนเข้ามาลงทุนในหุ้นและตราสารระยะสั้นมาก และเริ่มเห็นสัญญาณการเก็งกำไร

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทขณะนี้ส อดคล้องกับประเทศในภูมิภาค จึงไม่อยากเข้าแทรกสำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า จะแข็งค่าขึ้นไปที่ระดับ 29 บาท 50 สตางค์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงกลางปีนี้ และเป็น 29 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี


กลับขึ้นด้านบน