นักสะสมโปสเตอร์ภาพยนตร์

นักสะสมโปสเตอร์ภาพยนตร์

นักสะสมโปสเตอร์ภาพยนตร์

รูปข่าว : นักสะสมโปสเตอร์ภาพยนตร์

นักสะสมโปสเตอร์ภาพยนตร์ ความชื่นชอบในการชมภาพยนตร์ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ "สันติ ตันติภัณฑรักษ์" เลือกสะสมโปสเตอร์หนังไทยและต่างประเทศเพื่อบันทึกความทรงจำมาตลอด 38 ปี ทำให้ปัจจุบันมีโปสเตอร์เก็บไว้มากกว่า 100,000 แผ่น จนถูกขนานนามให้เป็นสุดยอดนักสะสมโปสเตอร์หนังของเอเชีย และเคยถูกยกย่องโดยสถานี CNN Travel ให้ติดอันดับ 1 ใน 50 สถานที่ต้องไปเยือนของกรุงเทพ

ภาพวาดดาวเทียมและห้วงอวกาศที่สวยสมจริงของต้นตำรับหนังไซไฟ 2001 : A space odyssey ปี 1968 คือหนึ่งในโปสเตอร์หนังหายากที่มีมูลค่าสูงถึง 60,000 บาท หรือจะเป็นโปสเตอร์ขนาด 24 ชีท ที่ยาวถึง 20 ฟุต ของ คลีโอพัตรา และ The King and I ภาพยนตร์คลาสสิคฮอลลีวู้ดที่เหลืออยู่ในโลกเพียงไม่กี่ชุด หนึ่งในของสะสมของ สันติ ตันติภัณฑรักษ์ นักสะสมและเจ้าของร้านโปสเตอร์หนัง ที่เคยถูกยกย่องโดยสถานี CNN Travel ให้ติดอันดับ 1 ใน 50 สถานที่ต้องไปเยือนของกรุงเทพมหานคร

ด้วยใจรักในการสะสมโปสเตอร์หนังทำให้อดีตคนทำโฆษณาอย่าง สันติ รู้จักกับหลายสตูดิโอภาพยนตร์ทำให้สามารถหาใบปิดหนังดังได้ไม่ยากดึงดูดให้นักสะสมทั้งไทยและเทศมาตามหาโปสเตอร์ ทั้งเวอร์ชั่นต้นฉบับและภาษาไทยของหนังดังอย่าง Godzilla  , Star Wars รวมถึง Superman ที่วาดโดยช่างชาวไทย

สันติ ตันติภัณฑรักษ์  นักสะสมโปสเตอร์ภาพยนตร์  กล่าวว่า หนังตัวอย่างที่เป็นใบปิดไทยมันจะเป็นภาพเขียน มันเป็นงานที่ไม่เหมือนประเทศเขาซึ่งเขาจะสนใจมากเป็นงานศิลปะ แล้วฝรั่งตามหางานเก่า ๆ แล้วของไทยเป็นงานออกแบบที่สวยมากเขาชอบมากแล้ว  ช่วง 20 ปีให้หลังโปสเตอร์กลายเป็นดิจิตอลเป็นภาพถ่ายหมดเลยไม่มีภาพเขียนมันหมดยุคไปแล้ว ของพวกนี้กลายเป็นของสะสมที่ต่างชาติอยากได้

ใบปิดหนังเก่าแบบวาดมือมักได้รับความนิยมในฐานะงานศิลปะ หากสำหรับคนรักหนัง แผ่นโปสเตอร์แต่ละใบถือเป็นบทบันทึกประวัติศาสตร์ในแต่ละช่วง ทำให้ใบปิดหนังใหม่ อย่าง The Avengers : Age of Ultron ที่ยังไม่ได้เข้าฉายก็มีคนถามหาและก็มีการประมูลในโลกออนไลน์กว่า 4,000 บาท ปัจจุบันแม้ผู้สร้างหนังจะให้ความสำคัญกับการโปรโมทภาพยนตร์ผ่านสื่อออนไลน์ที่ต้นทุนถูกและเข้าถึงคนดูยุคใหม่ได้มากกว่า หากความสำคัญของโปสเตอร์และใบปิดหนังก็ยังไม่ได้ลดลง เพราะถือเป็นสื่อโปรโมทหน้าโรงภาพยนตร์ที่ยังคงมีอิทธิพลต่อผู้ชมไม่น้อย

ภาณุ อารี นักวิจารณ์ภาพยนตร์  กล่าวว่า ถ้าพูดกันตามตรงผมคิดว่ามันยังเป็นสื่อสำคัญเพราะตอนนี้เราไปหน้าโรงหนังเราจะตัดสินใจดูหนังในนาทีสุดท้าย เราก็ต้องเลือกจากโปสเตอร์มันช่วยให้มีความสะดุดตาสุดท้ายต่อให้เทคโนโลยีมันไปขนาดไหนคนก็ต้องเลือกหนังที่ตัวเองสะดุดใจมากที่สุด สื่อโปสเตอร์ออนไลน์มันมีลูกเล่นมากขึ้นถ้าสังเกตมันจะมีโปสเตอร์ออนไลน์มากขึ้นอาจเป็นแบบ 3 มิติหรือมีลูกเล่น

ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าตลาดซื้อขายใบปิดหนังในปัจจุบันอาจมีมูลค่าสูงถึงกว่า 1,000 ล้านบาททั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดใหญ่อย่างอเมริกา ซึ่งยังคงมีการผลิตออกมาเพื่อใช้สร้างความจดจำให้กับผู้ชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนังที่คาดการณ์ว่าจะทำรายได้ในบ็อกออฟฟิส จึงทำให้สื่อโปรโมทเก่าแก่อย่างโปสเตอร์ยังคงมีความจำเป็น ไม่ว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นสื่อในการโปรโมทหลักแทนที่ก็ตาม


กลับขึ้นด้านบน