"นิรโทษกรรม"แนวทางสร้างความปรองดอง

"นิรโทษกรรม"แนวทางสร้างความปรองดอง

"นิรโทษกรรม"แนวทางสร้างความปรองดอง

รูปข่าว : "นิรโทษกรรม"แนวทางสร้างความปรองดอง

ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 สนับสนุนหลักการนิรโทษกรรม เหตุชุมนุมทางการเมืองตามการขับเคลื่อนของกลุ่ม นปช. พร้อมเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยละเว้นความผิดให้กับประชาชน ยกเว้นแกนนำทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้นำเหล่าทัพ และไม่รวมคดีอาญาที่ศาลตัดสินแล้ว

เหตุผลที่นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 สนับสนุนหลักการนิรโทษกรรมความผิดของผู้ชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2548-2549 เพราะเห็นว่า ขณะนี้การสร้างความปรองดองในประเทศกำลังถึงทางตัน และทางออกที่ดีที่สุดคือ การละเว้นความผิด
นายอดุลย์ ย้ำว่า เห็นด้วยกับหลักการของ นปช. แต่ควรเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิจารณารายละเอียด โดยเฉพาะควรละเว้นความผิดให้ผู้ชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปี 2553 ยกเว้นแกนนำทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้นำเหล่าทัพ และไม่รวมคดีอาญาที่ศาลตัดสินแล้ว โดยเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือคปก. ช่วยเสนอร่างดังกล่าวต่อรัฐบาล ฝ่ายค้าน และรัฐสภาพิจารณา

ก่อนหน้านี้ คณะนิติราษฎร์ เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการนิรโทษกรรม ที่มีหลักการและเหตุผลให้การนิรโทษกรรม หรือละเว้นผิดต่อผู้ที่ร่วมชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2548 ถึง 2549 ให้ผู้ที่มีความผิดลหุโทษ ผู้ที่แสดงความคิดเห็นจูงใจทางการเมืองพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง ซึ่งทั้งหมดจะให้คณะกรรมการขจัดความขัดแย้งเป็นผู้วินิจฉัย พร้อมเสนอจัดตั้ง คณะกรรมการขจัดความขัดแย้ง พิจารณาการนิรโทษกรรม

ส่วนร่างว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ที่มีเนื้อหาต่อการนิรโทษกรรมที่ค้างการพิจารณาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร 4 ร่าง ประกอบด้วย ร่างฉบับของพล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน และนายสามารถ แก้วมีชัย เสนอหลักการและเหตุผลเหมือนกันทุกถ้อยคำ โดยเฉพาะการสร้างความปรองดองด้วยการนิรโทษกรรม ในห้วงเวลา 19 กันยายน 2548-10 พฤษภาคม 2554 ขณะที่ร่างฉบับของนายนิยม วรปัญญา ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำนปช. หลักการและเหตุผลเป็นไปตามเจตนาเดียวกัน จะมีก็แต่ถ้อยคำที่ถูกปรับแต่งให้ต่างกันบ้าง ส่วนกรอบเวลายึดวันที่เกิดเหตุยึดอำนาจรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นหลัก

ส่วนความต่างของร่างฉบับของนายนิยม มีการเพิ่มความจากร่างของพล.อ.สนธิและนายสามารถ ตรงที่นิรโทษกรรมทั้งอาญา, แพ่งและปกครอง แต่ของนายณัฐวุฒิ ต่างออกไป โดยเขียนไว้ในวรรคหนึ่งว่า ไม่นับรวมคดีก่อการร้ายและความผิดต่อชีวิต


กลับขึ้นด้านบน