สำนักจุฬาราชมนตรี เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกกดดันพม่าให้ยอมรับโรฮิงยา

สำนักจุฬาราชมนตรี เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกกดดันพม่าให้ยอมรับโรฮิงยา

สำนักจุฬาราชมนตรี เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกกดดันพม่าให้ยอมรับโรฮิงยา

รูปข่าว : สำนักจุฬาราชมนตรี เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกกดดันพม่าให้ยอมรับโรฮิงยา

สำนักจุฬาราชมนตรี เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกกดดันพม่าให้ยอมรับโรฮิงยา สำนักจุฬาราชมนตรีและผู้นำศาสนา เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลพม่าเพื่อให้ยอมรับความเป็นพลเมืองพม่าของชาวโรฮิงยา ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้าตรวจสุขภาพชาวโรฮิงยา พบว่าหลายคนมีอาการอ่อนเพลียและติดเชื้อมาลาเรีย

เจ้าหน้าสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เข้าตรวจสุขภาพชาวโรฮิงยา ที่อยู่ในที่ควบคุมตัวที่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลาจำนวน 20 คน พบว่าส่วนใหญ่ร่างกายมีความอ่อนเพลีย เนื่องจากขาดอาหาร และน้ำดื่ม แพทย์ต้องให้เกลือแร่เพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในจำนวนนี้ยังพบเชื้อมาลาเรียน 2 คน ส่วนโรคที่ติดต่อร้ายแรงขณะนี้ยังไม่พบ

ทั้งนี้มีชาวโรงฮิยาอยู่ในความดูแลของศูนย์ควบคุมตามพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลารวมกว่า 800 คน โดยเจ้าหน้าที่จะทยอยตรวจสุขภาพให้ครบ เพื่อป้องกันการโรคติดต่อ นอกจากนี้ยังเตรียมจัดทีมจิตแพทย์ เข้าไปดูแลเรื่องปัญหาสุขภาพจิต และความเครียดของโรฮิงยาเหล่านี้ แต่ยังพบปัญหาเรื่องการสื่อสาร เนื่องจากมีล่ามไม่เพียงพอ จึงทำงานได้ล่าช้า 

ขณะที่องค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนเสนอภาครัฐเปิดโอกาสให้องค์การสหประชาชาติในเอเชีย เข้ามาตรวจสอบชาวโรฮิงยา เพื่อคัดกรองว่าเป็นกลุ่มผู้อพยพจริงหรือไม่ และต้องการความช่วยเหลือในลักษณะใด  

ด้าน วิสุทธิ์ บินลาเต๊ะ ผอ.ศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรี กล่าวเรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลพม่าให้ยอมรับความเป็นพลเมือง พม่าของชาวโรฮิงยาและปฎิบัติต่อชาวโรฮิงยาเฉกเช่นชาติพันธุ์อื่นๆ

ส่วนนายปิติ ศรีแสงนาม รองผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่า ไทยไม่ควรจัดตั้งศูนย์อพยพเพราะจะเป็นภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งในช่วงเวลาอันใกล้ก็จะเปิดเป็นประชาคมอาเซียน จึงควรใช้กลไกความร่วมมือด้านเศรษฐกิจให้ผู้คนไร้รัฐเหล่านี้ได้มีที่พึ่งพิง โดยพึ่งพาตัวเองด้วย


กลับขึ้นด้านบน