นับถอยหลัง 42 วันกับแนวโน้มผู้ว่าฯกทม. "หน้าใหม่-คนเก่า"

นับถอยหลัง 42 วันกับแนวโน้มผู้ว่าฯกทม. "หน้าใหม่-คนเก่า"

นับถอยหลัง 42 วันกับแนวโน้มผู้ว่าฯกทม. "หน้าใหม่-คนเก่า"

รูปข่าว : นับถอยหลัง 42 วันกับแนวโน้มผู้ว่าฯกทม. "หน้าใหม่-คนเก่า"

นับถอยหลัง 42 วันกับแนวโน้มผู้ว่าฯกทม. สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คนที่ 16 ครั้งนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยถือว่า เป็นหน้าใหม่ทางการเมือง คือผู้ท้าชิง โดยมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นแชมป์เก่า มีปัจจัยการแข่งขันทางการเมือง 3 ประเด็น ที่ทำให้ทั้ง 2 พรรค ต้องสู้ศึกเลือกตั้งในสนามท้องถิ่นครั้งนี้ โดยผู้สมัครของทั้ง 2 พรรคล้วนมีความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองแตกต่างกันออกไป รวมถึงกรณีมีผู้สมัครอิสระ อย่าง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส เข้ามาด้วย จึงทำให้โอกาสการคว้าชัยชนะ ของผู้สมัครทั้ง 2 พรรค ไม่ต่างกันมากนัก

   

พรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์สู้ศึกในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ ไม่เพียงศักดิ์ศรีความเป็นพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์และคะแนนนิยมทางการเมืองในอนาคต รวมถึงการสร้างจุดยืนในการบริหาร กทม.อีกด้วย

แต่หากพูดถึงการช่วงชิงคะแนนนิยมจากคนเมืองพรรคเพื่อไทยเป็นรองพรรคประชาธิปัตย์ เพราะ "ประชาธิปัตย์" เป็นแชมป์เก่ามา 3 สมัยแล้ว และแต่ละครั้งผู้สมัครของพรรคได้รับเลือกเข้ามาด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 900,000 คะแนน โดยหากจะวิเคราะห์ในเชิงพื้นที่โดยแบ่งกรุงเทพมหานคร ออกเป็น 3 ชั้น คือ กทม.รอบนอก,รอบใน และ กลาง จะเห็นภาพเจ้าถิ่นทางการเมืองชัดเจนขึ้น

   

สนามเลือกตั้งครั้งนี้เรียกว่า ฉิวเฉียด ระหว่างผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.จาก ประชาธิปัตย์ กับ เพื่อไทย เพราะฐานเสียงทางการเมืองที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีอยู่ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก ดังนั้น 42 วันนี้จะคนหน้าใหม่ทางการเมือง หรือแชมป์เก่าต้องทำการบ้านไม่น้อยไปกว่ากัน


กลับขึ้นด้านบน