"เฉลิม" ยันนโยบายหาเสียง "พงศพัศ" ทำได้ เหตุเป็นนโยบายเดียวกับรัฐบาล

"เฉลิม" ยันนโยบายหาเสียง "พงศพัศ" ทำได้ เหตุเป็นนโยบายเดียวกับรัฐบาล

"เฉลิม" ยันนโยบายหาเสียง "พงศพัศ" ทำได้ เหตุเป็นนโยบายเดียวกับรัฐบาล

รูปข่าว : "เฉลิม" ยันนโยบายหาเสียง "พงศพัศ" ทำได้ เหตุเป็นนโยบายเดียวกับรัฐบาล

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย สามารถใช้นโยบายประชานิยมในการหาเสียงได้ เพราะนโยบายดังกล่าวสามารถดำเนินงานร่วมกับรัฐบาลซึ่งเป็นพรรคเดียวกัน และมั่นใจว่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากคนกรุง ขณะที่กรณี ดีเอสไอ สั่งฟ้องคดีสัญญาการเดินรถไฟฟ้าของกทม. ประชาธิปปัตย์สามารถทำได้โดยไม่ส่งผลต่อรูปคดี

วันนี้( 23 ม.ค. ) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ต่อกรณีที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทยใช้นโยบายประชานิยมในการหาเสียงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยจะฟ้องร้องในกรณีที่นโยบายไม่สามารถทำไม่ได้ในฐานะผู้ว่าฯกทม. โดย ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่าการหาเสียงดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรค และ พล.ต.อ.พงศพัศ เห็นพ้องกับนโยบายดังกล่าว และจะดำเนินการได้หากทำงานร่วมกับรัฐบาลซึ่งเป็นพรรคเดียวกัน

ดังนั้นนโยบายขึ้นรถเมล์ฟรี เรือข้ามฟากฟรี หรือการให้บริการเรือคลองแสนแสบฟรี ซึ่งเมื่อกำหนดเป็นนโยบายจะสามารถทำได้โดยการประสานงานกับรัฐบาลเพื่อของบช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่กรณีของพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถทำได้เนื่องจากไม่ได้เป็นรัฐบาล ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม มั่นใจว่ามีเสียงตอบรับที่ดี และคะแนนเสียงที่มีอยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรีของตนกว่า 170,000 คะแนนจะสามารถช่วย พล.ต.อ.พงศพัศได้

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอยื่นฟ้องคดีการต่อสัญญาการเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสของ กทม.ว่า มิใช่การกลั่นแกล้ง พร้อมระบุว่า ดีเอสไอมีอำนาจในการยื่นส่งฟ้องในคดีดังกล่าวในความผิดตามพร.บ.ว่าด้วยความผิดต่อการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้วและการที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นฟ้องดีเอสไอนั้นก็ถือว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้และไม่ส่งผลกระทบต่อรูปคดีซึ่งเป็นการต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย

สำหรับกระแสข่าวที่มีการบินไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ฮ่องกงเพื่อต่อรองตำแหน่งหลังจากที่ นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงแก่อสัญกรรม ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว และเป็นการอ้างมากกว่าซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ขณะที่ กรณีที่ทางการกัมพูชาออกมาเปิดเผยถึงผลประโยชน์ทับซ้อน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้เคยมีผลประโยชน์ทับซ้อน และในช่วงที่ผ่านมาก็พบว่ามีผู้ที่เข้าไปเจรจราลับในเรื่องของผลประโยชน์แต่ไม่สำเร็จ โดยคิดว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะดำเนินการเช่นกัน และทั้งหมดนี้เป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะได้รับทราบและยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและรัฐบาลชุดนี้มีความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชา


กลับขึ้นด้านบน