ศนธ.ไม่ซ้ำเติม"ปัญหาหนี้" จัดทีมรุกถึงพื้นที่ บรรเทากู้หนี้นอกระบบ

ศนธ.ไม่ซ้ำเติม"ปัญหาหนี้" จัดทีมรุกถึงพื้นที่ บรรเทากู้หนี้นอกระบบ

ศนธ.ไม่ซ้ำเติม"ปัญหาหนี้" จัดทีมรุกถึงพื้นที่ บรรเทากู้หนี้นอกระบบ

รูปข่าว : ศนธ.ไม่ซ้ำเติม"ปัญหาหนี้" จัดทีมรุกถึงพื้นที่ บรรเทากู้หนี้นอกระบบ

ศนธ.ไม่ซ้ำเติม ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แนะกู้หนี้นอกระบบถูกเอาเปรียบที่สุด

 นางสุวณา สุวรรณจูฑะ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม  กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) ระบุว่า การแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในด้านต่าง ๆ ตามภารกิจของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.)  จากการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่าทุกฝ่ายต่างพยายามทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ แต่สำหรับปัญหาหนี้นอกระบบนั้นยอมรับกันว่าหากทำงานได้ดีจริงสถานการณ์หนี้นอกระบบคงไม่ต้องใช้คำว่า “วิกฤติหนี้นอกระบบ”  ซึ่งบางหน่วยงานเจ้าหน้าที่อาจจะมองว่าการกู้ยืมเป็นเรื่องทางแพ่งที่สมยอมกันของคู่กรณี หรือเมื่อเกิดเหตุแล้วกว่าจะรู้ถึงปัญหาก็ผ่านกระบวนการที่จะต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพไปแล้ว   เช่น ไม่มีการมาแจ้งความตั้งแต่แรก จนเมื่อถูกทำร้ายจึงมาแจ้งความ หรือบางกรณีเป็นเรื่องที่มีเจ้าหน้าที่ไปมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดก็พูดชัดเจนว่าต้องมีการตรวจสอบกันเข้มข้นและตัวเจ้าหน้าที่ต้องตระหนักว่าไม่ควรเข้าไปมีเกี่ยวข้อง 

               
 อีกทั้งรูปแบบการให้กู้ยืมนอกระบบเห็นได้ชัดว่าบางทีองค์กรของการกระทำความผิดดังกล่าวพอเป็นกระบวนการเป็นองค์กรอาชญากรรมที่มีกระบวนการสลับซับซ้อนกินพื้นที่เยอะมาก เป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ก.ยุติธรรม ที่ต้องเข้าไปดูแล ด้วยมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น มีมาตรการมารองรับในการที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดหรือเจ้าหนี้ที่ละเมิดกฎหมายได้รับผลที่สมควรกับการกระทำ มีการลงโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญาตามลักษณะความผิด และการนำมาตรการทางภาษีต่าง ๆ เข้ามาช่วย
             
การช่วยเหลือผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากปัญหาหนี้นอกระบบนั้นไม่เพียงทุกฝ่ายต้องดำเนินการตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดและไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องแล้ว ทุกหน่วยต้องให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ของตัวเองด้วยว่าเราควรจะมีปฏิบัติการในเรื่องนี้อย่างไร ขณะเดียวกันควรให้ความรู้กับชาวบ้านทั้งด้านข้อมูลแหล่งทุนของรัฐในพื้นที่และความรู้การกู้ยืมและข้อพึงระวังทางกฎหมาย  ชาวบ้านควรจะรู้เรื่องสิทธิหน้าที่ การปกป้องคุ้มครองตัวเอง เช่นการจะทำสัญญาอะไรก็ตามก็ควรรู้ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร   
 
การให้ความรู้ก็เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำ ซึ่งปัจจุบันกระทรวงยุติธรรม โดยศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯก็ได้ดำเนินการโดยมีวิธีการทำงานด้วยมาตรการเชิงรุกไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วประชาชนต้องเดินทางมาร้องเรียนที่ส่วนกลาง   แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่ใดก็จะมีทีมเจ้าหน้าที่ของศูนย์ทำงานร่วมกับเจ้าที่ดีเอสไอเดินทางไปในพื้นที่ดำเนินการทั้งการตรวจสอบคดี  การช่วยเหลือและการให้ความรู้ไปพร้อมกัน  
 
ผู้อำนววการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ  กล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัวของประชาชนเองซึ่งเชื่อว่าทุกคนไม่มีใครอยากเป็นหนี้ หนี้ในระบบก็ค่อนข้างเป็นธรรมเพราะมีกฎหมายกำหนดชัดเจน แต่หนี้นอกระบบเป็นความตกลงกันของสองฝ่ายแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา อย่างไรก็ตามรัฐก็ต้องเข้าไปดูแล แต่ไม่ต้องการให้เป็นไปขนาดนั้น  ชาวบ้านก็ควรมีวินัยทางการเงินของตัวเองและของครอบครัวเพื่อเป็นการป้องกัน   การเป็นหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้นเป็นช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต แนวทางการทำงานของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯจึงมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว โดยในปีนี้  ศนธ.ยธ.มีทีมที่จะเข้าไปดูแลตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งทางแพ่งทางอาญาหรือทางอื่นที่เขาต้องการ นอกจากนี้เรื่องความเป็นธรรม เรื่องหนี้นอกระบบ หรือแม้แต่เรื่องอื่น ๆ เป็นเรื่องที่มีหลายหน่วยงานเข้ามามีภารกิจมาทำงานร่วมกัน
 
“สิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นมากคือเราจะต้องมีระบบการสื่อสารที่ไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนเดินทางเข้ามา แต่เป็นภาระหน้าที่ของเราที่จะต้องติดตามว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นในพื้นที่ใดเราก็มีทีมลงไปให้การช่วยเหลือได้ทันทีในพื้นที่  เราต้องออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ ตามประชาชนกลุ่มเสี่ยง /รัฐวิสาหกิจ/โรงงาน ที่เราคิดว่าถ้าเราช่วยแล้วจะได้ผลที่จะแก้ไขได้เป็นระบบได้”
                
ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ กระทรวงยุติธรรม บอกด้วยว่า ขอให้ประชาชนอย่าเข้าไปเกี่ยวข้องในสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย กรณีหนี้นอกระบบ หากเกิดเรื่องเดือดร้อนในชีวิตค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในครอบครัว อยากให้ไปปรึกษาหารือกับหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีอยู่จำนวนมากทั้งหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ เพื่อที่เรามีแนวทางอย่างไรในการที่จะป้องกันไม่ให้ต้องตกอยู่ในภาวะที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถ้าหากว่าประสบปัญหาแล้ว ก็สามารถร้องทุกข์ขอคำปรึกษาจากหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าว   ทางที่ดีที่สุดถ้ายังไม่เกิดปัญหาก็พยายามอย่าให้มีปัญหาเกิดขึ้น  เราเข้าใจว่าภาวะในเรื่องรายรับรายจ่ายเป็นเรื่องที่ทุกครอบครัวประสบ แต่อะไรที่ไม่ควรจะเป็นหนี้ได้ก็อย่าเป็นเลย


กลับขึ้นด้านบน