ตามไปดูกระบวนการ ลบความเชื่อมเดิม "ล้างค่านิยมคนอาชีวะ"

ตามไปดูกระบวนการ ลบความเชื่อมเดิม "ล้างค่านิยมคนอาชีวะ"

ตามไปดูกระบวนการ ลบความเชื่อมเดิม "ล้างค่านิยมคนอาชีวะ"

รูปข่าว : ตามไปดูกระบวนการ ลบความเชื่อมเดิม "ล้างค่านิยมคนอาชีวะ"

ตามไปดูกระบวนการ ลบความเชื่อมเดิม “ป้ามล” จัดกระบวนการตรง นำประจักษ์พยานถ่ายทอดก้าวที่พลาด ล้างค่านิยมใช้ความรุนแรงให้เด็กอาชีวะ ส่องกระจกสะท้อนภาพอนาคต ชวนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เด็กอาชีวะกำลังสำคัญของประเทศ

 นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)จัดกิจกรรมผมจะเป็นวัยรุ่นที่มีแสงสว่างในตัวเอง ให้กับแกนนำเด็กและเยาวชนอาชีวศึกษา จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 100 คนจาก 4 สถาบันการศึกษาในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ซ่อมความคิด ปรับพฤติกรรม และเปลี่ยนชีวิต 

 
เนื่องจากเด็กนักเรียนอาชีวะเป็นช่วงวัยรุ่นรอยต่อระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ ส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์ สังคมและจิตใจ ทำให้วัยรุ่นตัดสินใจกระทำหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมถือว่าผ่านไปได้ยาก แต่ด้วยความเชื่อที่ว่าเด็กทุกคนอยากเป็นคนดี เป็นเด็กที่มีชีวิตปกติในสังคม แต่เด็กก็ต้องได้รับการดูแลและปกป้องจากผู้ใหญ่ ซึ่งบ้านกาญจนาภิเษกแห่งนี้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้และเห็นตัวอย่างประสบการณ์จากเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษกที่ช่วงหนึ่งเด็กกลุ่มนี้ได้ใช้ชีวิตที่ก้าวพลาดมาก่อนแล้ว
 
ณ วันนี้  พลังของผู้ใหญ่กลุ่มผู้หวังดีในสังคม ผนึกกำลังช่วยกันแก้ไขวิกฤตความรุนแรงเด็กอาชีวะตีกัน  เปลี่ยนให้มีพฤติกรรมที่เหมาะสม  ด้วยกระบวนการเรียนรู้จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก  ในการสร้างจุดเปลี่ยนให้เด็กอาชีวะ 10 สถาบัน 23 คน ที่เคยรักศักดิ์ศรี ตีคู่อริต่างสถาบัน บางคนต้องการยิงคู่อริบนรถเมล์เท่านั้น แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายอื่นที่ เสียชีวิตแทน  
 
เรื่องราวเหล่านี้ เป็นเครื่องมือและกระบวนการของบ้านกาญจนาฯ ให้ฟังเสียงสะท้อนของเด็กบ้านกาญจนาฯ ถ่ายทอด เล่าประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนให้เด็กอาชีวะเรียนรู้บทเรียนจากประจักษ์พยานดังกล่าวเปรียบเสมือนส่องกระจกเห็นภาพสะท้อนตัวตนก่อนที่ก้าวเดินต่อไปในอนาคต
 
“อยากให้เด็กที่ไม่เคยทำผิดได้อาศัยบทเรียนชีวิตของเด็กบ้านกาญจนาภิเษก เป็นวัคซีนป้องกันตัวเอง และกลับไปบอกเพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาเป็นการหยุดเพื่อนได้อีกสัก 1 คนก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ป้ายังเชื่อมั่นเสมอว่าเด็กทุกคนเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความดี และขอบอกพ่อ แม่ ว่าอย่าท้อกับสังคมที่ลูกเป็นเมื่อโลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ความผิดพลาดมันก็เกิดขึ้นได้ การนำกลุ่มเด็กอาชีวะ 4 สถาบันมาอบรมเข้ากระบวนการในครั้งนี้ ถ้ามีคนบอกว่าอีกไม่นานเด็กพวกนี้ก็จะมาอยู่ที่บ้านกาญจนาภิเษก จะไม่จัดอบรมให้เลย ขอให้เด็กอาชีวะช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่และลบความเชื่อเดิมๆ ให้เกิดเป็นความจริงที่ทุกคนรออยู่ ว่าเด็กที่เรียนสถาบันอาชีวะมีความสำคัญและเป็นกำลังสำคัญของประเทศ” นางทิชา กล่าว
 
หนึ่ง ประจักษ์พยาน 1 ใน 4 คนอดีตนักเรียนสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่ง เล่าประสบการณ์ชีวิตที่ผิดพลาดว่า โดนคดีร่วมพยายามฆ่า 3ราย โดยมีรุ่นพี่เป็นคนลงมือ แต่เมื่อถูกจับกุมรุ่นพี่บอกให้รุ่นน้องรับสารภาพไปก่อน ทำให้คนทำผิดถูกปัดออก ศาลตัดสิน3 ปี ให้ต้องมาอยู่ที่ศูนย์ฝึกฯ นี้ ทำไปด้วยความคึกคะนอง เจ๋ง มองหน้ากัน เขม่นกัน ก็ใส่กันเลย ผลก็คืออีกฝ่ายเสียชีวิต เราก็ไม่ได้รู้สึกผิดแต่ตรงข้ามมองว่าดี แต่ตอนนี้เราสงสารพ่อ แม่คนที่ตาย เพราะลูกคือดวงใจของเขามันสะท้อนใจ ตัวเราเองก็หมดอิสรภาพ ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่ได้เจอหน้าพ่อ แม่ ทำให้ครอบครัวลำบากกู้หนี้มาจ่ายให้ผู้เสียหาย ค่าทนายความ 
 
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ในวันนั้น ผมจะไม่อายที่จะวิ่งหนีกลับบ้าน เพื่อยอมแลกกับความเสียใจของแม่ จึงอยากฝากเด็กที่ยังมีโอกาสที่ดีไม่อยากให้ใช้ความรุนแรงเหมือนตน เพราะการตัดสินใจผิดพลาดของเราจะมีผลผูกพันกับเราไปตลอดชีวิต 
 
ขอเน้นย้ำเรื่องของการคบเพื่อนและรุ่นพี่ที่เป็นผู้ปลูกฝังความคิดให้รักสถาบัน และศักดิ์ศรีแก่รุ่นน้องๆ สุดท้ายก็ไม่ได้มาช่วยอะไรเรา และเขาก็ยังมีอิสรภาพ มีอนาคต ไม่เคยมาเยี่ยมเราด้วยซ้ำไป  เราคือความหวังของพ่อ แม่ อย่าเอาความรุนแรงมาแลกเลย
 
ด้านนายสิรกฤษฏ์ เศษน้อย นักศึกษาปี 2 สถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งที่มาเข้าร่วมอบรม กล่าวว่า การมาอบรมทำให้ได้ข้อคิด สติที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ภาพของเด็กนักเรียนอาชีวะถูกมองไปในทางลบ ดังนั้น เราเองต้องทำตัวให้ทุกคนเห็น เราเป็นนักเรียนไม่ใช่นักเลง อะไรที่หลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะทำไม่ควรจะตีกัน การตีกันถ้าตายไปก็จบแต่ถ้าพิการ  ติดคุกสูญเสียอนาคต ทั้งที่พ่อ แม่ เป็นผู้ให้ชีวิตเรามา หากยังทำตัวไม่ดีอีกก็เป็นบาป 
 
ขณะเดียวกันต้องมองรุ่นพี่ที่เป็นแบบอย่างที่ดี ประสบความสำเร็จในชีวิต มีงานทำ สังคมยอมรับ ที่สำคัญอย่าทำให้พ่อแม่เสียใจ และอย่าทำให้ความเป็นอิสรภาพของเราที่ดีอยู่แล้ว ต้องเสียไปเพราะตัวของเราเอง ไม่มีใครที่จะมาช่วยเราได้ นอกจากตัวของเรา คิดได้ตั้งแต่วันนี้ก็ไม่สาย 
 


กลับขึ้นด้านบน