จุฬาฯยันขอคืนพื้นที่ให้เช่า "กรมพลศึกษา" ไม่หวังทำธุรกิจเชิงพาณิชย์

จุฬาฯยันขอคืนพื้นที่ให้เช่า "กรมพลศึกษา" ไม่หวังทำธุรกิจเชิงพาณิชย์

จุฬาฯยันขอคืนพื้นที่ให้เช่า "กรมพลศึกษา" ไม่หวังทำธุรกิจเชิงพาณิชย์

รูปข่าว : จุฬาฯยันขอคืนพื้นที่ให้เช่า "กรมพลศึกษา" ไม่หวังทำธุรกิจเชิงพาณิชย์

จุฬาฯยันขอคืนพื้นที่ให้เช่า สำนักจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชี้แจงเป็นครั้งแรก หลังจากถูกสังคมตั้งคำถามกรณีขึ้นค่าเช่าพื้นที่ของกรมพลศึกษา และ ขอคืนพื้นที่ 11 ไร่ โดยยืนยันว่า ไม่มีเจตนานำพื้นที่ไปทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ แต่ต้องการพื้นที่เพื่อรองรับแผนพัฒนากีฬา ขณะที่กรมพลศึกษา ชี้แจงว่า การเจรจาล่าช้าเพราะจุฬาฯ ยังไม่ตอบรับการขอผ่อนผันของกรมพลศึกษา

   

ปัจจุบันกรมพลศึกษาจ่ายค่าเช่าประมาณ 3,300,000 บาทต่อปีในการเช่าพื้นที่ 87 ไร่ แต่เมื่อปลายปีที่แล้วสำนักทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แจ้งว่า จะมีการปรับเปลี่ยนค่าเช่าเป็น 153 ล้านบาทต่อปี และขอพื้นที่คืนอีก 11 ไร่ประกอบด้วย สนามจินดารักษ์ อาคารจันทนยิ่งยง อาคารที่พักนักกีฬา และ ลานอเนกประสงค์สมบัติคุรุพันธ์

ขณะที่พื้นที่ 76 ไร่ที่เหลือครอบคลุมบริเวณสนามศุภัชลาศัย สนามเทพหัสดิน อาคารกีฬานิมิบุตร และสระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำกับดูแลสำนักงานจัดการทรัพทย์สินจุฬ่าฯ ย้ำว่า พื้นที่ดังกล่าวจะไม่นำไปจัดการเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่ได้มีการเจรจาเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน โดยกรมพลศึกษาเพียงส่งหนังสือชี้แจงขอผ่อนผันเท่านั้น

สำนักจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ระบุว่า หลายปีที่ผ่านมากรมพลศึกษาเช่าพื้นที่ในราคาถูก ซึ่งการขึ้นค่าเช่าครั้งนี้เพื่อความเป็นธรรมและใช้หลักเกณฑ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ให้คิดเพียงร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ซึ่งประเมินตารางวาละ 250,000 บาท และเนื่องจากกรมพละศึกษาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ 11 ไร่อย่างเต็มที่

จุฬาฯจึงต้องการเป็นผู้บริหารจัดการโดยมีแผนพัฒนากีฬารองรับ ขณะนี้จุฬาฯประสบปัญหานิสิต และ บุคลากรกว่า 48,000 คน มีความต้องการออกกำลังกายมากขึ้น ดังนั้นจำเป็นต้องขยายพื้นที่

สาเหตุที่กรมพลศึกษาไม่มีงบประมาณจ่ายค่าเช่าในปีนี้ เนื่องจากปีที่แล้วมีการตั้งงบประมาณสำหรับปี 2556 ไว้ก่อนที่จุฬาฯ จะแจ้งการขอขึ้นค่าเช่าทำให้การเจรจาเพื่อหาข้อตกลงอาจต้องใช้เวลาอีกนาน


กลับขึ้นด้านบน