สพฉ.เฟ้นหา "เลขาธิการ" คนใหม่

สพฉ.เฟ้นหา "เลขาธิการ" คนใหม่

สพฉ.เฟ้นหา "เลขาธิการ" คนใหม่

รูปข่าว : สพฉ.เฟ้นหา "เลขาธิการ" คนใหม่

 สพฉ.เฟ้นหา เปิดพิจารณาคุณสมบัติรอบแรกวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.) คณะกรรมการคัดเลือก ระบุเลขาคนใหม่ต้องพร้อมที่จะเสียสละและทำงานอุทิศตนเพื่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

 ภายหลังจากที่เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)ได้หมดวาระลงแล้วเมื่อที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา  สพฉ.จึงได้มีการเปิดรับสมัครผู้เข้าดำรงตำแหน่งนี้ใหม่โดยมีการประกาศรับสมัครผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 24 ธ.ค. 2555 ที่ผ่านมา และได้ทำการเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการในวันที่ 7- 11 มกราคม 2556 โดยมีผู้ที่สนใจเข้าสมัครคัดเลือก 2 คน ได้แก่  นายภวัต เลิศสุธน ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขชุมชน และอาจารย์สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินคือเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการแผนงานด้านวิชาการในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน (สอจร.)ภาคตะวันออก และ นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี โดยประสบการณ์การทำงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน อาทิ กรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (ผู้แทนสถานพยาบาลของรัฐ)  คณะกรรมการเชี่ยวชาญระดับสูง (สาขาอุบัติเหตุ) และรองประธานคณะกรรมการแผนงานสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจราจร (สอจร.) 

 
ด้านนายแพทย์จรัล ตฤนวุฒิพงษ์ หนึ่งในคณะอนุกรรมการฯ คัดเลือกกล่าวว่า คณะกรรมการคัดเลือกจะพิจาณาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครทั้งหมดโดยยึดตามมาตรตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉินพ.ศ. 2551 ที่ระบุว่า ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปแต่ต้องไม่เกิน 60 ปี ไม่เป็นบุคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลให้จำคุก หรือยึดทรัพย์จากการทุจริต ร่ำรวยผิดปกติ ยกเว้นเป็นความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ต้องไม่เป็นผู้บริหาร พนักงานของรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่มีเงินเดือนประจำ รวมทั้งต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง นักการเมือง ส.ส. ส.ว.ผู้บริหารท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น ต้องไม่เคยถูกไล่ออก ปลดจากตำแหน่งเพราะทุจริต 
 
บุคคลที่จะได้รับคัดเลือกให้เข้ามาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินจะต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน มีความสามารถสูงในการบริหารจัดการ การวางแผนกลยุทธ์เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาด้านการแพทย์ฉุกเฉินต่อไป นอกจากนี้ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งจะต้องมีความเสียสละเนื่องจากงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินเป็นงานที่หนักมาก เพราะการเกิดอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่อาจสามารถคาดเดาเวลาได้ ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนี้จึงควรพร้อมที่จะอุทิศตนในการทำงานได้ตลอดเวลา 
 
โดยในวันศุกร์ที่ 25 ธ.ค. เวลา 15.00 น. คณะอนุกรรมการฯ จะเชิญผู้สมัครมาแสดงวิสัยทัศน์ และเสนอต่อคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีนพ.นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเพื่อพิจารณา คัดเลือกและแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสพฉ.คนต่อไปในวันที่ 29 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ 
 


กลับขึ้นด้านบน