พบวิธีการใหม่สวมบัตรประชาชน "แจ้งเกิดเท็จ"

พบวิธีการใหม่สวมบัตรประชาชน "แจ้งเกิดเท็จ"

พบวิธีการใหม่สวมบัตรประชาชน "แจ้งเกิดเท็จ"

รูปข่าว : พบวิธีการใหม่สวมบัตรประชาชน "แจ้งเกิดเท็จ"

พบวิธีการใหม่สวมบัตรประชาชน ทีมข่าวไทยพีบีเอสยังติดตามปัญหาทุจริตสวมบัตรประชาชน และการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร์โดยไม่ชอบในจังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นจากการสวมชื่อให้ขบวนการค้ายาเสพติดจนนำไปสู่การแก้ปัญหาระดับประเทศ เมื่อกระทรวงมหาดไทยกับกรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกันสืบสวนหาต้นตอและวิธีการป้องกันปัญหา นอกจากการทุจริตด้วยวิธีการสวมบัตรและการเพิ่มชื่อ ขณะนี้การตรวจสอบยังพบว่า มีการแจ้งเกิดเท็จเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มที่ต้องการบัตรแสดงตัว และ บัตรประชาชน

พยานคนแรกที่เข้าให้ข้อมูลการทุจริตเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร์ในอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดีเอสไอเข้าตรวจสอบเอกสารการขอเพิ่มชื่อของชาวต่างด้าว กว่า 100,000 แผ่นจำนวน 19,000 คน ซึ่งการเข้าให้ข้อมูลครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างเจ้าพนักงานปกครองกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ร่วมทุจริต

แผนผังการทุจริตของขบวนการสวมบัตรประชนชน และ การเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร์ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พบวิธีการของเครือข่าย และระบุให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากจะสามารถทุจริตในการออกบัตรเหล่านี้จะมีเจ้าพนักงานปกครองบางคนอยู่ในขบวนการ

นอกจากนี้ยังมีวิธีการที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พบข้อมูลเพิ่มเติมคือการแจ้งเกิดเท็จ หรือ สต็อกลม โดยเริ่มจากร่วมมือเจ้าพนักงานในการแจ้งเกิด เช่นแจ้งเกิดในวันที่ 25 มกราคม 2556 จากนั้นเจ้าพนักงานที่ร่วมทุจริตจะเข้าไปแก้ไขรายการ โดยใช้ระเบียบ ที่อนุญาตให้แก้ไขเมื่อเกิดความผิดพลาด โดยปัจจุบันจะแก้ไขให้เกิดหลังปี 2527 เพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ เนื่องจากบัตรประชาชนสัญชาติไทยในปัจจุบันจะขึ้นต้นด้วยเลข 1 หมายถึงผู้ที่เกิดหลังปี 2527

เมื่อแก้ไขจะทำการย้ายทะเบียนราษฎร์เพื่อให้ยกต่อการแกะรอยหากมีการตรวจพบไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง จากนั้นย้ายไปยังสำนักทะเบียนที่มีเครือข่ายทุจริตอยู่เพื่อทำบัตรประชาชน

ยังมีอีกหลายกรณีที่ดีเอสไออยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งการสวมบัตรประชาชนของเครือข่ายยาเสพติด เพิ่มเติมเช่นกรณีนายอาจง แซ่ลู่ ที่สวมบัตรประชาชนคนไทยในชื่อนายถาวร สมจิตรที่ไทยพีบีเอสลงพื้นที่และพบความผิดปกติ กรณีของผู้ต้องหายาเสพติดอื่นที่ๆ ที่ศาลออกหมายจับ และพบมีการสวมบัตรประชาชนเพื่อหลบหนีการถูกจับ


กลับขึ้นด้านบน