ผู้ว่าฯเชียงใหม่เตรียมตั้งคกก.ดูแลกรณีรื้อฑัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

ผู้ว่าฯเชียงใหม่เตรียมตั้งคกก.ดูแลกรณีรื้อฑัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

ผู้ว่าฯเชียงใหม่เตรียมตั้งคกก.ดูแลกรณีรื้อฑัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

รูปข่าว : ผู้ว่าฯเชียงใหม่เตรียมตั้งคกก.ดูแลกรณีรื้อฑัณฑสถานหญิงเชียงใหม่

ผู้ว่าฯเชียงใหม่เตรียมตั้งคกก.ดูแลกรณีรื้อฑัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องการรื้ออาคารฑัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ หลังมีประชาชนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการรื้อถอนในครั้งนี้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ยืนยันว่าหากพบโบราณสถานสำคัญอยู่ใต้พื้น ก็จะหยุดทันที

                       
ประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทุบทำลายกำแพงทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 150 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงพื้นที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่จำนวน 37 ไร่ เป็นสวนสาธารณะและที่ผักผ่อนออกกำลังกาย พร้อมจัดสร้างพระพุทธรูปปางตรัสรู้ฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี โดยตั้งชื่อว่าข่วงหลวงเวียงแก้ว เหมือนในอดีต ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงต่างก็เห็นด้วย

ขณะที่นักวิชาการและภาคประชาชนบางส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ อย่างนางกัญญาภัค มณีจักร ไม่เห็นด้วยกับการรื้อถอนอาคารฑัณฑสถานญิงเชียงใหม่ และก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือคัดค้านให้กับนายกรัฐมนตรี เพราะต้องการให้อนุรักษ์เอาไว้เป็นแหล่งศึกษาของเยาวชนเนื่องจากอาคารมีอายุมากกว่า 100 ปี

พื้นที่ใต้ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ในอดีตคือ ข่วงหลวงเวียงแก้ว ซึ่งคาดว่า จะมีหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ แม้จะมีการทำพิธีรื้อถอน แต่ก็มีหลายขั้นตอนในการดำเนินการ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบถามความคิดเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ ที่สำคัญหากตรวจพบว่าพื้นใต้ดินมีโบราณสถานสำคัญก็จะหยุดทันที

ข้อมูลของศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ ระบุว่า ข่วงหลวงเวียงแก้ว หรือทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ในปัจจุบัน ก่อสร้างขึ้นโดยพระญามังราย เมื่อ ปี พ.ศ. 1839 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์เชียงใหม่ ในสมัยราชวงศ์มังราย จนถึงราชวงศ์กาวิละ และถูกเปลี่ยนสภาพเป็นเรือนจำขังนักโทษชาย เมื่อปี 2442

กระทั่ง ปี พ.ศ. 2510 กลุ่มล้านนานำคดีซึ่งมีนายไกรศรี นิมมานเหมินทร์ เป็นประธานกลุ่ม ได้รณรงค์ให้มีการย้ายเรือนจำแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จนปี พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นปีที่ จังหวัดเชียงใหม่ครบ 700 ปี ศูนย์ศึกษาปัญหาเมืองเชียงใหม่ และ กลุ่มองค์กรต่าง ๆ จึงเรียกร้องให้มีการย้ายเรือนจำอีกครั้ง และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนปี 2544 กรมราชทัณฑ์จึงประกาศย้ายออกจากเขตเมืองเก่าเชียงใหม่ จนแล้วเสร็จเป็นรูปธรรมในปลายปีที่ผ่านมา


กลับขึ้นด้านบน