ภาคเหนือ - อีสานได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

ภาคเหนือ - อีสานได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

ภาคเหนือ - อีสานได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

รูปข่าว : ภาคเหนือ - อีสานได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

ภาคเหนือ - อีสานได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ชาวนานอกเขตชลประทานจังหวัดพิจิตรปล่อยที่นากว่า 10,000 ไร่ให้รกร้าง เพราะแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรแล้ว

เป็ดไล่ทุ่งจำนวนมากถูกเจ้าของนำไปเลี้ยงบริเวณท้ายเขื่อนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หลังผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงประสบปัญหาเป็ดไล่ทุ่งขาดแคลนอาหาร และแหล่งน้ำจากสถานการณ์ภัยแล้ง เขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งงดการระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง

ผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขาดแคลนแหล่งอาหารสำหรับเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง เพราะหลายพื้นที่งดปลูกข้าวนาปรัง จึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายเป็ดไปเลี้ยงบริเวณท้ายเขื่อนลำพระเพลิง ซึ่งเป็นเขื่อนแห่งเดียวของจังหวัดจากทั้งหมด 4 แห่งที่ยังระบายน้ำให้ทำการเกษตร และพื้นที่ท้ายเขื่อนยังมีความอุดมสมบูรณ์ หากมีการเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังก็จะเคลื่อนย้ายเป็ดทั้งหมดออกจากพื้นที่ เพื่อไปหาแหล่งอาหารใหม่

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชลประทานพิษณุโลกได้ติดกุญแจ และโซ่คล้องประตูเปิด-ปิด คลองส่งน้ำโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ตำบลวังพิกุล อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมปิดประกาศแจ้งรอบการปล่อยน้ำเข้าคลองชลประทานสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เพื่อแบ่งปันน้ำใช้อย่างประหยัด และให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ป้องกันปัญหาการแย่งน้ำ หลังสถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้าง ส่งผลให้ชาวนาบางส่วนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ล่าสุด จังหวัดพิษณุโลกประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง แล้ว 6 อำเภอ คือ อำเภอบางกระทุ่ม พรหมพิราม วัดโบสถ์ ชาติตระการ เนินมะปราง และอำเภอเมือง

ส่วนที่จังหวัดพิจิตรชาวนาพื้นที่นอกเขตชลประทาน อาทิ ตำบลหนองปล้อง และหนองพระ อำเภอวังทรายพูน ต้องปล่อยที่นา กว่า 10,000 ไร่ ให้รกร้าง ภายหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว เพราะไม่มีน้ำเพียงพอทำการเกษตร โดยจังหวัดพิจิตรประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง 10 อำเภอ จากทั้งหมด 12 อำเภอ


กลับขึ้นด้านบน