เตือนดื่ม "กาแฟลดน้ำหนัก" เยอรมันตรวจเจอ "ไซบูทามีน" สารต้องห้าม

เตือนดื่ม "กาแฟลดน้ำหนัก" เยอรมันตรวจเจอ "ไซบูทามีน" สารต้องห้าม

เตือนดื่ม "กาแฟลดน้ำหนัก" เยอรมันตรวจเจอ "ไซบูทามีน" สารต้องห้าม

รูปข่าว : เตือนดื่ม "กาแฟลดน้ำหนัก" เยอรมันตรวจเจอ "ไซบูทามีน" สารต้องห้าม

เตือนดื่ม ศูนย์ทดสอบนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเตือนผู้บริโภค ในการซื้อ "กาแฟลดน้ำหนัก" หลังจากประเทศเยอรมันตรวจพบสารไซบูทามีน ในกาแฟลดน้ำหนักจากประเทศไทย

 จากการเผยแพร่ข่าวประเทศเยอรมันตรวจพบสารไซบูทามีน ในกาแฟลดน้ำหนักจากประเทศไทยนั้น ศูนย์ทดสอบนิตยสารฉลาดซื้อ จึงขอเตือนผู้บริโภคในไทยให้ระมัดระวังในการเลือกซื้อกาแฟลดน้ำหนักด้วย เนื่องจากเสี่ยงต่อสารต้องห้าม 

 
ซึ่งจากผลการทดสอบกาแฟลดน้ำหนักที่เผยแพร่ลงในนิตยสารฉลาดซื้อประจำเดือนมีนาคม2555ฉบับที่ 133กาแฟลดน้ำหนัก ได้จริงหรือ!! รายงานถึงผลการศึกษาเรื่องนี้ว่า กาแฟที่ลดน้ำหนักได้นั้น มันคือกาแฟที่มีส่วนผสมของยาลดน้ำหนักซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาดในอาหารทุกประเภทดื่มกาแฟลดน้ำหนัก“สารไซบูทรามีน” 
 
ก่อนหน้านี้ สารไซบูทรามีนเป็นยาควบคุมพิเศษที่ใช้กับผู้ป่วยโรคอ้วน (คือหมายถึงคนที่ป่วยจริงๆไม่ใช่นที่คิดว่าตัวเองอ้วนหุ่นไม่ดีแล้วอยากจะลดน้ำหนัก)แต่เพราะความรุนแรงของสารตัวนี้มีผลถึงขั้นทำให้หัวใจหยุดทำงานและการที่มีผู้ไม่หวังดีนำสารไซบูทรามีนไปใส่ในอาหารเสริมแล้วอ้างสรรพคุณว่าดื่มแล้วช่วยให้น้ำหนักลดซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมากทำให้ อย. ต้องตัดสินใจประกาศยกเลิกตำรับยาชนิดนี้ 
 
แต่ก็ยังไม่ยังมีคนนำสารไซบูทรามีนมาใส่ในผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วยลดความอ้วนซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงกาแฟด้วย อย่างที่ อย. เคยตรวจพบในกาแฟสำเร็จรูปนำเข้าจากจีนยี่ห้อSlimming Coffee Splrultn เมื่อช่วงปลายปี พศ.2554 ที่ผ่านมาเพราะฉะนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงทั้งการดื่มกาแฟและผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าดื่มแล้วช่วยทำให้น้ำหนักลดทุกชนิดโดยเฉพาะสินค้าที่ไม่มีเลขมาตรฐานอาหารของ อย. เพราะเราอาจกำลังเสี่ยงอันตรายจากสารไซบูทรามีนโดยไม่รู้ตัว 
 
ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ ขอเตือนผู้บริโภคที่จะซื้อกาแฟลดน้ำหนัก ตามคำกล่าวอ้างสรรพคุณลดน้ำหนักได้รวดเร็วเห็นผลทันใจ อาจทำให้หัวใจหยุดทำงานได้อย่างเฉียบพลันดังนั้นหากผู้บริโภคพบเห็นหรือมีไม่แน่ใจว่ากาแฟลดน้ำหนักที่ผู้บริโภคจะซื้อหามาทานนั้นจะมีสารไซบูทามีนหรือไม่ให้ผู้บริโภคแจ้งไปยัง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทดสอบนิตยสารฉลาดซื้อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 


กลับขึ้นด้านบน