นักปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้อง จนท.รัฐมองนักสิทธิมนุษยชนแง่บวก

นักปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้อง จนท.รัฐมองนักสิทธิมนุษยชนแง่บวก

นักปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้อง จนท.รัฐมองนักสิทธิมนุษยชนแง่บวก

รูปข่าว : นักปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้อง จนท.รัฐมองนักสิทธิมนุษยชนแง่บวก

 นักปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้อง จนท.รัฐมองนักสิทธิมนุษยชนแง่บวก กลุ่มผู้หญิง นักปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้องภาครัฐ กำหนดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิต โดยบรรจุในนโยบายของรัฐบาล และปรับทัศนคติเจ้าหน้าที่รัฐต่อการทำงานแง่ลบของนักสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เกิดการยอมรับ และสร้างพื้นที่การทำงานร่วมกัน

การเสวนา หัวข้อ " ก้าวต่อไปของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน " จัดโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มูลนิธิผู้หญิง และ สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า การทำงานของผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน หรือ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จะถูกเจ้าหน้าที่รัฐ มองแง่ลบ ว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม และต่อต้านนโยบายของรัฐบาล จึงไม่ยอมรับในนโยบายของนักสิทธิมนุษยชนนำเสนอ นอกจากนี้ต้องเผชิญปัญหาการข่มขู่ คุกคาม ถูกทำร้ายร่างกาย ขณะที่กระทรวงยุติธรรม ยังไม่มีมาตรการคุ้มครองบุคคลกลุ่มนี้เท่าที่ควร

ทั้งที่ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติตามข้อมติที่ 53/144 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2542 กำหนดปฏิญญาว่าด้วยพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ส่งเสริมและคุ้มครองบุคคลที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเสนอว่า รัฐบาลควรเปิดพื้นที่รับความคิดเห็นที่เป็นอิสระของนักสิทธิมนุษยชน เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนอย่างเสรี รวมทั้งกำหนดมาตรการคุ้มครองบรรจุในนโยบายของรัฐ และเปิดโอกาสให้เข้ามาตรวจสอบการทำงานของรัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส นอกจากนี้ควรปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐต่อนักสิทธิมนุษยชนใหม่

นอกจากนี้นางอังคณา เสนอวิธีการแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ ว่าควรส่งเสริมให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์การจัดการความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้ร่วมกับรัฐบาล  สร้างหลักประกันในความเท่าเทียม โดยกำหนดให้ผู้หญิงเป็นหนึ่งในคณะกรรมการต่างๆ ตามสัดส่วนที่เหมาะสม  ปกป้องและคุ้มครองผู้หญิง เด็กหญิง จากการกระทำรุนแรง โดยต้องติดตามผู้กระทำผิดมารับโทษ และสร้างกลไกชดเชยเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพ


กลับขึ้นด้านบน