หลักฐานชี้ “กำนันเป๊าะ” เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล คาดกบดานในไทยระยะหนึ่งแล้ว

หลักฐานชี้ “กำนันเป๊าะ” เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล คาดกบดานในไทยระยะหนึ่งแล้ว

หลักฐานชี้ “กำนันเป๊าะ” เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล คาดกบดานในไทยระยะหนึ่งแล้ว

รูปข่าว : หลักฐานชี้ “กำนันเป๊าะ” เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล คาดกบดานในไทยระยะหนึ่งแล้ว

หลักฐานชี้ “กำนันเป๊าะ” เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล คาดกบดานในไทยระยะหนึ่งแล้ว หลักฐานที่ตรวจยึดได้ขณะจับกุม นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ คือใบเสร็จรับเงินของโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ที่ระบุชือว่า นายกิม แซ่ตั้ง จึงมีการวิเคราะห์กันว่า นายสมชาย อาจเปลี่ยนชื่อ และนามสกุลใหม่ และมาอยู่ในประเทศไทยได้ระยะหนึ่งแล้ว

ข้อสังเกตกำนันเป๊าะหลบหนีคดี จากใบเสร็จรับเงินที่ตรวจยึดได้ภายในรถขณะตำรวจเข้าจับกุม นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ รวมถึงซองยา ที่ระบุชื่อ นายกิม แซ่ตั้ง เป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่อาจยืนยันได้ว่า นายสมชาย ใช้ชื่อนี้ในการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ระหว่างการหลบหนีคดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า นายสมชาย หลบหนีคดีอยู่ที่กัมพูชา แต่หลักฐานชิ้นนี้กลับมีความน่าสงสัย ตรงที่มีข้อมูลว่า โรงพยาบาลดังกล่าว เปิดเผยข้อมูลว่าไม่พบเวชระเบียนในระบบผู้ป่วยของโรงพยาบาล ทั้งในนามสมชาย คุณปลื้ม และ กิม แซ่ตั้ง สวนทางกับข้อมูลคนสนิทของนายสมชาย ที่ระบุว่า นายสมชายเดินทางมาพบแพทย์จริง

ข้อมูลการสืบสวนของตำรวจสอบสวนกลาง พบว่า นายสมชาย หรือกำนันเปาะ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมติเวช ศรีนครินทร์ โดยในชื่อนายกิม แซ่ตั้ง อายุ 81 ปี เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2474 อยู่ที่ซอยเอื้อสุข 25 ถ.พัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร โดยไม่ได้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ เข้ารับการรักษาครั้งแรกระหว่าง 22-27 เมษายน 2555 ต่อมาได้เข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน วันที่ 6-12 พฤษภาคม 2555 และหลังออกจากโรงพยาบาล ได้ไปให้แพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง และเข้าเป็นผู้ป่วยในอีกหลายครั้ง จนกระทั่งครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อพบแพทย์อายุรกรรมด้านประสาท

ทั้งนี้มีการวิเคราะห์ว่านายสมชาย น่าจะอยู่ในประเทศไทยมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า มีประชาชนจำนวนมากให้ข้อมูลกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่ากำนันเป๊าะ ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศไทยและยังใช้ชีวิตตามปกติเหมือนบุคคลทั่วไป จนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด และมีการตั้งข้อสังเกตไปในหลายทิศทางว่า การจับกุมครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือ อาจเกี่ยวกับการปูทาง วางตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ โดยใช้ผลงานการจับกุมครั้งนี้ เป็นตัวอย่างของความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่ง ขณะที่อีกมุมหนึ่งมองว่า การจับกุมที่ไม่มีเค้าลาง หรือเบาะแสมาก่อนล่วงหน้า อาจเป็นเพราะ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไม่ต้องการให้เกิดการต่อรองในการจับกุม หรือตกเป็นเครื่องมือของฝั่งการเมือง

 


กลับขึ้นด้านบน