"สั่งปิด" โรงงานเอทานอลในสวนอุตสาหกรรม

"สั่งปิด" โรงงานเอทานอลในสวนอุตสาหกรรม

"สั่งปิด" โรงงานเอทานอลในสวนอุตสาหกรรม

รูปข่าว : "สั่งปิด" โรงงานเอทานอลในสวนอุตสาหกรรม

หน่วยราชการในจ.ปราจีนบุรี กรมโรงงานอุตสาหกรรม และผู้บริหารสวนอุตสาหกรรม 304 ร่วมกัน ชี้แจงผลการตรวจสิ่งแวดล้อมในสวนอุตสาหกรรม 304 ว่า มีค่าสารปรอทตกค้างไม่เกินตามที่มาตรฐานกำหนด ขัดแย้งกับข้อมูลการตรวจสอบขององค์กรเอกชนที่เปิดเผย ออกมาก่อนหน้านี้ แต่วันเดียวกันนี้ อุตสาหกรรมจ.ปราจีนบุรี แจ้งระงับการดำเนินการกับบริษัท ดับเบิ้ลเอ เอทานอล จำกัด ที่มีปัญหาระบบบำบัดน้ำเสีย

อุตสาหกรรมจ.ปราจีนบุรี นำประกาศคำสั่งให้ปิดโรงงานชั่วคราวไปปิดที่หน้าบริษัท ดับเบิ้ลเอ เอทานอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเอทานอลในสวนอุตสาหกรรม 304 ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี หลังจากตรวจสอบพบว่า ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานแห่งนี้ไม่สามารถใช้งานได้ ไม่สามารถบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมได้ อีกทั้งโรงงานไม่สามารถชี้แจงเกี่ยวกับการบำบัดน้ำทิ้ง 1000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันได้ จึงอาจสร้างความเสียหาย อันตราย หรือเดือดร้อนกับผู้ที่อยู่ใกล้โรงงาน จึงมีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงแก้ไขไปถึงวันที่ 29 มีนาคม

นี่เป็นสภาพน้ำหน้าโรงงานดับเบิ้ลเอ เอทานอลเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษเข้ามาเก็บตัวอย่างน้ำ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลพบสารปรอทตกค้างในพื้นที่นี้ โดยมูลนิธิบูรณะนิเวศ

สีของน้ำเห็นได้ชัดว่า ต่างจากสภาพที่พบเมื่อไทยพีบีเอสกลับไปตรวจสอบอีกครั้งเมื่อ 27 มกราคมที่ผ่านมา เพราะน้ำมีสีดำและส่งกลิ่นเหม็น จนชาวบ้านต้องเรียกร้องให้โรงงานมาขุดดินด้านข้างออกให้น้ำไหลผ่านออกไปเพื่อระบายน้ำเสีย จึงเป็นข้อสังเกตถึงกระบวนการในการจัดการน้ำเสียของโรงงานในสวนอุตสาหกรรม 304 โดยเฉพาะเมื่อสามารถทำให้น้ำใสได้ในช่วงที่มีหน่วยงานต่างๆลงมาตรวจสอบ

แม้ทางอุตสาหกรรมจ.ปราจีนบุรี จะมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการของบริษัท ดับเบิ้ลเอ เอทานอล จำกัด แต่วันนี้รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม แถลงข่าวร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นักวิชาการสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี  มีนายพูลศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด ร่วมแถลงด้วย เพื่อยืนยันว่า ผลการตรวจสอบทั้งดิน น้ำ อากาศ รวมถึงจุดจัดเก็บกองถ่านหิน มีค่าสารปรอทน้อยกว่าที่มาตรฐานกำหนด จึงจะดำเนินการทำความเข้าใจกับประชาชนใกล้เคียง เพราะผลการตรวจสอบนี้ขัดแย้งโดยสิ้นเชิง กับรายงานการพบสารปรอทของมูลนิธิบูรณะนิเวศ ที่ถูกรายงานในที่ประชุมโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน


กลับขึ้นด้านบน