กลาโหม ปฏิเสธเรียก "ทหารเกณฑ์" ประจำการเอื้อประโยชน์ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

กลาโหม ปฏิเสธเรียก "ทหารเกณฑ์" ประจำการเอื้อประโยชน์ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

กลาโหม ปฏิเสธเรียก "ทหารเกณฑ์" ประจำการเอื้อประโยชน์ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

รูปข่าว : กลาโหม ปฏิเสธเรียก "ทหารเกณฑ์" ประจำการเอื้อประโยชน์ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.

กลาโหม ปฏิเสธเรียก พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง ปฏิเสธเจตนากองทัพที่จะเรียกทหารกองประจำการหรือทหารเกณฑ์เข้าประจำการในหน่วยกรุงเทพมหานคร เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แม้สิทธิการเลือกตั้งของทหารเกณฑ์ จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ตาม

ทหารกองประจำการ หรือทหารเกณฑ์ เป็นอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่ง ที่ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม. ให้ความสำคัญว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในแต่ละหน่วยจะกากบาทลงคะแนนให้ และคาดหวังความเป็นกลุ่มก้อนที่จะเทคะแนนไปในทิศทางเดียวกันได้

แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองและสภาพสังคมในปัจจุบัน กระทรวงกลาโหม ไม่เพียงย้ำให้กำลังพลวางตัวเป็นกลาง แต่ยังกำชับให้ผู้บังคับหน่วยรณรงค์การออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมกับเปิดกว้างให้ผู้สมัครเข้ามาหาเสียงในหน่วยทหาร และใช้สื่อทหารได้อย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทหารเกณฑ์เรียนรู้ในสิทธิ ก่อนตัดสินใจโดยอิสระ

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสดง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า กองทัพไม่เคยพบปัญหาการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของทหารเกณฑ์ และปฏิเสธเจตนาที่จะย้ายทหารเกณฑ์จากจังหวัดอื่น ๆ มาประจำการในหน่วยทหารกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการลงคะแนนของผู้สมัครคนใด

หน่วยทหารในกรุงเทพมหานคร มีทหารเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกระจายอยู่ตามเขตต่างๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งหน่วยทหารสำคัญ อาทิ เขตดุสิต มีมณฑลทหารบก ที่ 11 หน่วยทหารม้า และทหารปืนใหญ่ เขตบางเขน ที่เป็นทั้งหน่วยทหารและชุมชนครอบครัวทหารขนาดใหญ่,เขตพญาไท ที่มีทั้งกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ และกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์

มีข้อสังเกตที่ชัดเจนว่า ทหารเกณฑ์ ที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯจะมีจำนวนน้อยกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากมีโอกาสออกจากระบบการเกณฑ์ทหาร เพราะนักเรียนนักศึกษาในกรุงเทพฯมักเลือกที่จะเรียนหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารและเป็นนักเรียนนายสิบ

ดังนั้นในแต่ปี จะมีความต้องการทหารเกณฑ์ในกรุงเทพฯ ราว 10,000 นาย แต่ก็แบ่งเป็น 2 ผลัด ผลัดที่ 1 เข้าประจำการเดือนพฤษภาคม และผลัดที่ 2 เดือนพฤศจิกายน ซึ่งส่วนใหญ่ทหารเกณฑ์ในหน่วยกรุงเทพฯมาจากภาคอีสาน ผลัดละประมาณ 3,000 นาย ส่วนที่มีภูมิลำเนากรุงเทพฯ และปริมณฑล อีก 2,000 นาย ขณะที่ภาคใต้และภาคเหนือจะถูกส่งเข้าสังกัดหน่วยในแต่ละภาค

และแม้ทหารเกณฑ์เหล่านี้ จะถูกย้ายทะเบียนบ้าน เข้ามาอยู่กับหน่วยต้นสังกัด ตามกรอบเวลารับราชการ ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปีเต็ม และจะถูกย้ายกลับ เมื่อสิ้นสุดการรับราชการ แต่คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ของเขตเลือกตั้งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยนับถึงวันเลือกตั้ง หรือย้ายเข้ามาก่อนวันที่ 4 มกราคม ปี 2555 ทำให้ทหารเกณฑ์จากจังหวัดอื่นๆ ที่เพิ่งเข้าประจำการตามผลัด "ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง" ผู้ว่าฯกทม.คนที่ 16 ครั้งนี้อย่างแน่นอน


กลับขึ้นด้านบน