"นักกฎหมาย" ชี้คำร้องขอตีความ "คดีเขาพระวิหาร" ของกัมพูชา ต้องไม่เกินขอบเขตคำตัดสินเก่า

"นักกฎหมาย" ชี้คำร้องขอตีความ "คดีเขาพระวิหาร" ของกัมพูชา ต้องไม่เกินขอบเขตคำตัดสินเก่า

"นักกฎหมาย" ชี้คำร้องขอตีความ "คดีเขาพระวิหาร" ของกัมพูชา ต้องไม่เกินขอบเขตคำตัดสินเก่า

รูปข่าว : "นักกฎหมาย" ชี้คำร้องขอตีความ "คดีเขาพระวิหาร" ของกัมพูชา ต้องไม่เกินขอบเขตคำตัดสินเก่า

มีมุมมองต่อการสู้คดีปราสาทพระวิหาร ที่ศาลโลก หัวหน้าคณะทีมกฏหมาย และนักวิชาการด้านกฏหมายระหว่างประเทศ เห็นสอดคล้องกันว่า คำร้องของกัมพูชาให้ตีความคำตัดสินศาลโลกในปี 2505 ต้องไม่เกินขอบเขตของคำตัดสินที่ให้ไว้ และไม่ได้พูดเรื่องเขตแดนพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร

นายประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช นักวิชาการด้านกฏหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็น ระหว่างการสัมมนา คดีปราสาทพระวิหาร ที่คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรณีคดีปราสาทพระวิหาร หลังจากกัมพูชาเสนอศาลโลกในเดือนเมษายนปี2554 ให้ตีความคำตัดสินปี 2505 พร้อมร้องขอให้ศาลพิจารณาใช้แผนที่ฝรั่งเศสอัตราส่วนหนึ่งต่อสองแสนเป็นเส้นเขตแดน

นักกฎหมายระหว่างประเทศไม่เชื่อว่าศาลจะตีความตามคำร้องกัมพูชาให้เอาเส้นเขตแดนตามแผนที่ฝรั่งเศสเป็นแนวเขตรอบปราสาท และเห็นว่าการตีความจะต้องไม่เกินขอบเขตของคดีเดิมที่ถูกกำหนดโดยคำฟ้องในปี 2502 ในเรื่องอธิปไตยเหนือตัวปราสาท แต่ไม่ได้พูดในเรื่องเส้นเขตแดนรอบปราสาท

ขณะที่เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ชี้แจงถึงสาเหตุที่นำบันทึกความเข้าใจปี 2543 ชี้แจงศาลโลก เพื่อให้เห็นว่ามีข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกันว่ายังมีปัญหาเขตแดนที่ต้องร่วมกันแก้ไข ซึ่งขัดกับคำร้องของกัมพูชาที่ขอให้ศาลใช้เส้นเขตแดนตามที่กำหนดไว้แผนที่ฝรั่งเศส

นายวีรชัยบอกว่า ได้คัดค้านอำนาจศาลในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในระหว่างต่อสู้คดี ขณะที่ศาลโลกเห็นว่ามีอำนาจในการพิจารณาคำร้องตีความของกัมพูชา เนื่องจากธรรมนูญศาลโลกมาตรา60 ระบุให้ประเทศคู่กรณีสามารถนำเรื่องขึ้นให้ศาลตีความได้หากเห็นว่ามีปัญหาการปฏิบัติตามคำตัดสิน แต่การตีความต้องอยู่เฉพาะในกรอบขอคำตัดสินปี 2505 ที่ไม่ได้พูดในเรื่องเส้นเขตแดน


กลับขึ้นด้านบน