ควันหลง"ซูเปอร์โบว์ส ครั้งที่ 47"

ควันหลง"ซูเปอร์โบว์ส ครั้งที่ 47"

ควันหลง"ซูเปอร์โบว์ส ครั้งที่ 47"

รูปข่าว : ควันหลง"ซูเปอร์โบว์ส ครั้งที่ 47"

ควันหลง หลังจากบัลติมอร์ เรฟเว่นส์ ประสบความสำเร็จในการคว้าเเชมป์ซูเปอร์โบว์สไปครองเป็นสมัยที่ 2 ของประวัติศาสตร์สโมสร เเต่การเเข่งขันศึกชิงซูเปอร์โบว์ส คร้งนี้ ได้มีควันหลงมากมายให้คุณผู้ชมได้ติดตาม

ก่อนหน้าศึกชิงเเชมป์ซูปเปอร์โบว์ลสครั้งที่ 47 จิม ผู้น้องดูจะประสบความสำเร็จในการเป็นโค้ชมากกว่า โดยสามารถนำทีมมหาวิทยาลันสแตนฟอร์ดคว้าแชมป์โอเร้นจ์ โบว์ลส หรือซุปเปอร์โบว์ลสในระดับมหาวิทยาลัยมาครองได้ในปี 2010 ก่อนจะถูกโฟร์ตี้ไนเนอร์สดึงตัวมาเป็นหัวหน้าโค้ชเมื่อปีที่แล้วด้วยสัญญา 5 ปีมูลค่าสูงถึง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 750 ล้านบาท

ส่วนจอห์นก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าโค้ชบัลติมอร์ เรฟเวนส์เมื่อปี 2008 และแม้จะนำทีมชนะได้มากถึง 62 นัดในรอบ 5 ปี เป็นรองเพียงทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จแบบเป็นชิ้นเป็นอันมากเท่าไรนัก

โจอานนี่น้องสาวของทั้งสองคนเล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆทั้งสองคนชอบแข่งขันกันมาก เเต่ด้วยการสั่งสอนของคุณแม่แจ๊คเกอลีน และการดูแลของคุณพ่อแจ๊ค ทำให้สองพี่น้องจอห์น และจิม เรียนรู้ถึงความเคารพซึ่งกันและกัน

ส่วนแจ๊คเกอลีนแม่ของจอห์นและจิมก็บอกว่า ภูมิใจกับความสำเร็จของลูกชายทั้งสองคน แต่สุดท้ายแล้วจะมีลูกคนหนึ่งที่ต้องผิดหวัง ซึ่งครอบครัวก็พร้อมที่จะอยู่ร่วมกับความผิดหวังของลูกด้วย และพร้อมจะก้าวเดินไปกับลูกๆไม่ว่าเส้นทางนั้นจะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ หรือก้อนหินก็ตาม

จากการที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทั้ง2 ทีมต่างเป็นพี่น้องกัน ครั้งนี้จึงเป็นครั้งเเรกในประวัติศาสตร์ของศึกชิงซูเปอร์โบวล์ส นอกจากนั้นในเกมนัดชิงซูเปอร์โบว์ส ยังมีสถิติที่น่าสนใจ เริ่มจาก เป็นการแข่งขันที่ใช้เวลามากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยเวลารวม 4 .14 ชั่วโมง หลังจากเกิดไฟฟ้าขัดข้องในช่วงต้นควอเตอร์ที่สาม

ที่สำคัญมูลค่าโฆษณาในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งในปีนี้สร้างสถิติใหม่อีกครั้งด้วยราคาสูงถึง 4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 120 ล้านบาทต่อระยะเวลาโฆษณาที่ออกอากาศเพียง 30 วินาทีเท่านั้น

ขณะเดียวกันการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านเครือข่ายโทรทัศน์ซีบีเอสยังสร้างสถิติให้กับวงการโทรทัศน์ของสหรัฐอเมริกาด้วยการเป็นรายการโทรทัศน์ที่มีสถิติผู้ชมมากที่สุดเป็นอันดับที่สามในประวัติศาสตร์ด้วยจำนวนผู้ชมถึง 108.4 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา


กลับขึ้นด้านบน