"เฉลิม"สั่งสตช.แจ้งความผู้รับเหมาสร้างโรงพัก ก่อนส่งให้ดีเอสไอ-ปปช.สอบ

"เฉลิม"สั่งสตช.แจ้งความผู้รับเหมาสร้างโรงพัก ก่อนส่งให้ดีเอสไอ-ปปช.สอบ

"เฉลิม"สั่งสตช.แจ้งความผู้รับเหมาสร้างโรงพัก ก่อนส่งให้ดีเอสไอ-ปปช.สอบ

รูปข่าว : "เฉลิม"สั่งสตช.แจ้งความผู้รับเหมาสร้างโรงพัก ก่อนส่งให้ดีเอสไอ-ปปช.สอบ

"เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรี ระบุให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งความดำเนินดคีกับบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศ พร้อมให้ส่งเรื่องให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนก่อนส่งให้ปปช.

โครงสร้างอาคารสถานีตำรวจภูธรเสริมงาม จ.ลำปาง เป็นหนึ่งใน 5 สถานีตำรวจของจ.ลำปาง ที่ถูกผู้รับเหมาก่อสร้างทิ้งงานไปนานกว่า 2 เดือนแล้ว ทำให้ตำรวจต้องไปใช้อาคารเก่า หรือห้องสมุดประชาชนบริเวณใกล้เคียง เป็นสถานที่ทำงานชั่วคราว

โดยจ.ลำปาง มีการสร้างสถานีตำรวจทดแทนที่พบปัญหาคือ สถานีตำรวจภูธรเสริมงาม อ.เสริมงาม, สถานีตำรวจภูธรสบปราบ อ.สบปราบ,สถานีตำรวจภูธรร่องเคาะ อ.วังเหนือ, สถานีตำรวจภูธรบ้านเอื้อม อ.เมือง และสถานีตำรวจภูธรงาว อ.งาว

ส่วนที่จ.เชียงราย มีสถานีตำรวจที่ถูกผู้รับเหมาทิ้งงานรวม 11 แห่ง โดยเฉพาะที่สถานีตำรวจภูธรเชียงของ ซึ่งตำรวจต้องไปใช้อาคารหลังเก่าของโรงพยาบาลชุมชน ในต.เวียงเชียงของ เป็นสถานที่ทำงานชั่วคราว และที่จ.สุพรรณบุรี พบปัญหาเรื่องระยะทางที่ของอาคารที่ทำการชั่วคราวซึ่งห่างไกล นอกจากนี้ยังพบปัญหาไม่มีสถานที่ควบคุมผู้ต้องหา

ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการแจ้งความกับ บริษัทพีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ ฐานฉ้อโกง และให้พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำข้อมูลทั้งหมดให้กับ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ก่อนดำเนินการยื่นเรื่องต่อไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. หาผู้กระทำผิด พร้อมยืนยัน เรื่องดังกล่าวบริษัทผู้รับเหมาผิดสัญญาตั้งแต่แรก และย้ำไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินโครงการสร้างสถานีตำรวจทดแทน และการสร้างอาคารที่พักข้าราชการหรือแฟลตตำรวจ รวมถึงได้ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมที่บางส่วนมีความเกี่ยวข้องกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินด้วย

โดยโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เอกสารมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ข้อผิดปกติในเส้นทางการเงินของโครงการนี้ ทั้งการสร้างโรงพักทดแทนและอาคารที่พัก ที่มีการต่อสัญญาและเบิกจ่ายงบประมาณไม่สมเหตุสมผล เพราะไม่มีโรงพักที่สร้างเสร็จสักแห่งแม้ว่าจะมีการต่อสัญญามาถึง 3 ครั้ง และได้จ่ายงบไปกว่า 1 พัน 5 ร้อยล้านบาท. ที่น่าสังเกตุคือบริษัทคู่สัญญามีทุนจดทะเบียนที่ 500 ล้านบาท แต่สามารถประมูลโครงการที่มูลค่ากว่า 9000 ล้านบาทไปได้. ทั้งนี้บริษัทพีซีซี รับเงินงวดแรก 800 ล้านบาทจาก สตช. สั่งจ่ายเป็นเช็คผ่านธนาคารพานิชย์แห่งหนึ่ง ตามด้วยงวดที่สอง แต่ยังเกิดปัญหาผู้รับเหมาช่วงทิ้งงาน ทั้งยังระบุด้วยว่า เรื่องนี้มีข้าราชการและนักการเมืองเกียวข้อง อย่างน้อย 2 คน


กลับขึ้นด้านบน