ปปง.เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินข้าราชการ-ผู้เกี่ยวข้อง ปมทุจริตสร้างโรงพัก

ปปง.เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินข้าราชการ-ผู้เกี่ยวข้อง ปมทุจริตสร้างโรงพัก

ปปง.เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินข้าราชการ-ผู้เกี่ยวข้อง ปมทุจริตสร้างโรงพัก

รูปข่าว : ปปง.เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินข้าราชการ-ผู้เกี่ยวข้อง ปมทุจริตสร้างโรงพัก

ปปง.เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินข้าราชการ-ผู้เกี่ยวข้อง ปมทุจริตสร้างโรงพัก กรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมเรียก อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 3 คนชี้แจง กรณีโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่การเริ่มโครงการ สัญญาสัมปทาน การเปลี่ยนแปลงสัญญา และการติดตามงานกับบริษัทผู้รับเหมา ขณะที่ คณะกรรมการป้องกันการฟอกเงิน ก็เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งข้าราชการ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และบริษัทที่ได้สัมปทาน

นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้า คดีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ลงนามหนังสือเชิญ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 3 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ให้ไปให้ข้อูล วันที่ 11 กุมภาพันธ์ มีประเด็นสอบถาม ตั้งแต่การร่างสัญญาสัมปทาน 


 

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จะถูกสอบถามประเด็นการเปลี่ยนแปลงสัญญา จากสัญญาที่แยก ตามสำนักงานตำรวจ 9 ภาค และให้รวมเป็นสัญญาเดียว และมีบริษัทเดียวได้รับสัปทาน

ส่วน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จะถูกสอบถามประเด็นการเซ็นต์สัญญาจ้าง และการติดตามงาน นอกจากนั้น ดีเอสไอ จะเรียกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในภายหลัง

คดีนี้ดีเอสไอ ได้เริ่มสอบปากคำผู้รับเหมาช่วง ซึ่งเป็นรายย่อย และตั้งข้อสังเกต 6 ข้อ เข้าข่ายฮั้วประมูล คือ การเสนอราคาประมูลที่ต่ำกว่าราคากลางถึง 540 ล้านบาท และยังพบว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคากลาง ซึ่งเป็นตัวเลขผิดปกติ ประเด็นการรวบสัญญา จาก 9 สัญญาให้เป็นสัญญาเดียว การจ่ายเงินงวดแรกเต็มเพดาน ร้อยละ15 ซึ่งปกติ หลายหน่วยงาน จะจ่ายเพียง ร้อยละ 7-8 ของมูลค่าโครงการ รวมทั้ง ประเด็นการจ้างบริษัทอื่นทำงานแทน และการทิ้งงาน

ขณะที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เตรียมตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทพีซีซี ดิเวอร์ลอปเม้นท์แอนคอนสตัคชั่น จำกัด หลังจากนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือ เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งนอกจากบริษัทพีซีซีฯ แล้ว ยังรวมถึง ข้าราชการตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากมูลค่ารวมของโครงการกว่า 8,800 ล้านบาท และ บริษัท พีซีซี ได้รับเงินไปแล้วกว่าพันล้านบาท

ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้ทุกพื้นที่สรุปข้อมูลความเสียหาย เพื่อกำหนดแนวทางให้ชัดเจน ว่า จะไม่ต่อสัญญาสัมปทานกับ บริษัทพีซีซีฯ และคาดว่าจะยกเลิกสัญญากับบริษัทในวันที่ 14 มีนาคมนี้

ส่วนสถานีตำรวจที่ได้รับความเสียหาย ระหว่างนี้ให้ตำรวจในพื้นที่ จัดจ้างผู้รับเหมารายใหม่เข้าดำเนินงานแทน แต่จะจัดจ้างแบบรายภาคหรือรายจังหวัด จะพิจารณาอีกครั้ง


กลับขึ้นด้านบน