ไทยพีบีเอสพบอาจเป็นเพราะงบฯเพิ่มเติมเร่งด่วนใน “ไทยเข้มแข็ง” ทำให้แยกสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจไม่ได้

ไทยพีบีเอสพบอาจเป็นเพราะงบฯเพิ่มเติมเร่งด่วนใน “ไทยเข้มแข็ง” ทำให้แยกสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจไม่ได้

ไทยพีบีเอสพบอาจเป็นเพราะงบฯเพิ่มเติมเร่งด่วนใน “ไทยเข้มแข็ง” ทำให้แยกสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจไม่ได้

รูปข่าว : ไทยพีบีเอสพบอาจเป็นเพราะงบฯเพิ่มเติมเร่งด่วนใน “ไทยเข้มแข็ง” ทำให้แยกสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจไม่ได้

ไทยพีบีเอสพบอาจเป็นเพราะงบฯเพิ่มเติมเร่งด่วนใน “ไทยเข้มแข็ง” ทำให้แยกสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจไม่ได้ ไทยพีบีเอส ตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนพบว่า อาจเป็นเพราะงบประมาณฯ ที่จะได้เพิ่มเติมจากโครงการไทยเข้มแข็งกว่า 4,000 บาท เพราะเป็นงบประมาณเร่งด่วน จึงติดขัดในข้อกฎหมายทำให้แยกสัญญาไม่ได้

ผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนรายหนึ่ง เข้าไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า ถูกบริษัทพีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ฉ้อโกง เรื่องการจ้างงานรับเหมาช่วง การก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 5 แห่ง ในพื้นที่ภาคกลาง

ตัวแทนผู้รับเหมา บอกว่า เซ็นสัญญากับบริษัทพีซีซีฯ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2554 รับงานก่อสร้างสถานีตำรวจขนาดใหญ่ 1 แห่ง ราคา 19 ล้านบาท และขนาดเล็ก 4 แห่ง ราคาแห่งละ 5.5-5.8 ล้านบาท แต่เมื่อนำแบบพิมพ์เขียวมาตรวจสอบ พบว่า ไม่สามารถก่อสร้างในราคานี้ได้ เพราะสถานีตำรวจขนาดใหญ่ ต้องใช้งบประมาณ 26 ล้านบาท และขนาดเล็กใช้งบประมาณ 8 ล้านบาท จึงไม่สามารถทำงานตามที่ราคาประเมินได้ มีส่วนต่างที่ต้องถูกหักราคาประมาณ 7 ล้านบาท

หากต้องย้อนไปดูที่มาจากเงินในโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ 5,848 ล้านบาท เดิมถูกจัดอยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ผูกพัน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2552-2554 แบ่งจ่ายแต่ละปีจนครบ จึงสามารถจัดทำสัญญาแบบแยกเป็นรายภาคได้ แต่หากเป็นงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง เช่นสัญญาก่อสร้างโครงการอาคารที่พักแฟลตตำรวจ ทำเป็นสัญญาเดียว เพื่อให้คล่องตัวในการเบิกจ่าย ตามนโยบายรัฐบาลในขณะนั้น

ในสมัย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอให้รวมสัญญาประกวดราคา แล้วค่อยแยกสัญญาให้ประกวดราคาอีกครั้ง ในแต่ละกองบัญชาการ เพื่อกระจายรายได้ รวมถึงอาจมีความโปร่งใสที่จะไม่ถูกกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเดียว

แต่ต่อมา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ กลับเปลี่ยนสัญญาไปใช้เป็นสัญญาเดียว และมีผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน อ้างเหตุผลว่า เพื่อความคล่องตัวการบริหารจัดการ และอ้างว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปรียบ หากผู้รับสัมปทานไม่สามารถดำเนินงานได้ตามกำหนด จะถูกปรับเป็นเงินวันละกว่า 5 ล้านบาท ซึ่งผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ดูเหมือนว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหายไปแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท จากโครงการที่ไม่มีความคืบหน้ามานานเกือบ 2 ปี


กลับขึ้นด้านบน