ร.ร.มหาเมตตา จัดหลักสูตรแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน เน้นวิชาชีพควบคู่วิชาการ

ร.ร.มหาเมตตา จัดหลักสูตรแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน เน้นวิชาชีพควบคู่วิชาการ

ร.ร.มหาเมตตา จัดหลักสูตรแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน เน้นวิชาชีพควบคู่วิชาการ

รูปข่าว : ร.ร.มหาเมตตา จัดหลักสูตรแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน เน้นวิชาชีพควบคู่วิชาการ

ร.ร.มหาเมตตา จัดหลักสูตรแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน เน้นวิชาชีพควบคู่วิชาการ ปัจจุบันพบตัวเลขเด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาหรือการออกกลางคัน ประมาณ 2,000,000 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรเด็กและเยาวชนไทย โดยมีสาเหตุมาจากฐานะที่ยากจน ครอบครัวแตกแยก ตั้งครรภ์ในวัยเรียน ซึ่งการจัดรูปแบบการจัดการศึกษาที่เน้นวิชาชีพ การมีงานทำ ควบคู่การเรียนวิชาการ สามารถช่วยแก้ปัญหาเด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อีกครั้ง

กรรมวิธีชงชาเขียวเย็นสูตรเฉพาะของร้านบ้านนมสดซึ่งเจ้าของร้าน ถ่ายทอดให้กับ หว่อง - ด.ช.สุรพงศ์ วงชื่น อายุ 13 ปี ได้เรียนรู้วิธีการต่างๆ ก่อนทำหน้าที่พนักงานของร้านบ้านนมสด ซึ่งเขาจดจำสิ่งที่ได้เรียนรู้อย่างตั้งใจ โดยหว่องมีฐานะยากจนและประสบปัญหาทางครอบครัว ทำให้ต้องออกจากโรงเรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ญาติจึงนำมาฝากให้ทำงาน และเข้าเรียนในหลักสูตรของโรงเรียนมหาเมตตา ที่ใช้รูปแบบจัดการเรียนการสอนโดยเน้นวิชาชีพ ซึ่งในวันนี้ ครูจิตอาสา ที่เรียกตัวเองว่า "ครูปราณี" ก็มาพบและชี้แจงเรื่องการลงทะเบียนเรียนในเทอมหน้า พร้อมทบทวนความรู้ ติดตามการบ้านที่เคยให้ไว้ หว่องจึงสามารถทำงานไปโดยไม่ทิ้งเรื่องเรียน

ด.ญ.อรยา ปิ่นเงิน หรือ บีม อายุ 13 ปี เป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งของโรงเรียนมหาเมตตาที่ทุกๆเช้าต้องช่วยน้าเตรียมผลิตภัณฑ์นมใส่รถเพื่อไปตระเวนขายด้วยกัน โดยปัญหาในครอบครัวก่อนหน้านี้ ส่งผลให้เธอกลายเป็นเด็กก้าวร้าว ไม่สนใจเรียน สุดท้ายต้องออกจากโรงเรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  แต่โชคดีที่มีครูปราณีคอยเอาใจใส่ ติดตามเยี่ยมบ้านอย่างต่อเนื่อง เมื่อสามารถทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยได้ จึงปรับทัศนคติของบีมให้กลับมาใส่ใจชีวิตตัวเองมากขึ้น และในปีนี้เธอก็จะจบเรียนจบชั้น ป.6

หลักสูตรร.ร.มหาเมตตา เป็นหนึ่งในโครงการจัดการศึกษา 2 ระบบของ ร.ร.วัดเขื่อน (พิจิตรอนุสรณ์) เน้นแก้ปัญหานักเรียนอายุไม่เกิน 15 ปี ที่ไม่สามารถเรียนในระบบได้ โดยนำหลักสูตรการศึกษานอกระบบรวมกับหลักสูตรแกนกลางปี 2551 ใน 5 กลุ่มประสบการณ์ระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 48 หน่วยกิตและ 56 หน่วยกิต แต่ละระดับลงทะเบียนเรียน 4 ภาคเรียน หรือเทียบโอนวิชาที่เคยเรียนมาแล้ว พร้อมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตอีกไม่น้อยกว่า 100 ชม.

ขณะที่การสอนของครูปราณี ผู้รับผิดชอบโครงการ ร.ร.มหาเมตตา มองว่า เป็นอีกจุดเด่นของ ร.ร.มหาเมตตา ที่ครูจิตอาสาได้ทุ่มเท และใช้ประสบการณ์ด้านวิชาการ การใช้ชีวิต ช่วยขัดเกลาให้เด็กเป็นคนดี และยังช่วยเชื่อมสัมพันธ์อันดีระหว่างเด็กกับครอบครัว

ข้อมูลจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดพิจิตรเขต 1 สำรวจพบเด็กออกกลางคันในปี 2552 จำนวน 313 คน, ในปี 2553 - 305 คน และปี 2554 - 158 คน โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากฐานะยากจน โดยในปีที่ผ่านมา เป็นแรกของการเปิดหลักสูตร ร.ร.มหาเมตตาและสามารถติดตามเด็กในพื้นที่ให้มาเข้าเรียนได้มากถึง 18 คน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการดึงเด็กให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา


กลับขึ้นด้านบน