ส.ฟุตบอล-บ.สยามสปอร์ตซินดิเคทร่วมมือรักษาซื้อขายลิขสิทธิ์-สิทธิ์ประโยชน์

ส.ฟุตบอล-บ.สยามสปอร์ตซินดิเคทร่วมมือรักษาซื้อขายลิขสิทธิ์-สิทธิ์ประโยชน์

ส.ฟุตบอล-บ.สยามสปอร์ตซินดิเคทร่วมมือรักษาซื้อขายลิขสิทธิ์-สิทธิ์ประโยชน์

รูปข่าว : ส.ฟุตบอล-บ.สยามสปอร์ตซินดิเคทร่วมมือรักษาซื้อขายลิขสิทธิ์-สิทธิ์ประโยชน์

ส.ฟุตบอล-บ.สยามสปอร์ตซินดิเคทร่วมมือรักษาซื้อขายลิขสิทธิ์-สิทธิ์ประโยชน์ วงการฟุตบอลไทยกำลังจะมีรูปแบบสิทธิประโยชน์เต็มตัว โดยสมาคมฟุตบอลได้ลงนามร่วมกับบริษัทสยามสปอร์ตซินดิเคท สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความชัดเจนที่จะเกิดขึ้น หลังจากที่วงการฟุตบอลลีกที่ได้รับความสนใจมาเกือบ 5 ปี ไม่มีความชัดเจน หรือมีการทำความเข้าใจด้านเงินที่บริหารจัดการลีกฟุตบอล ในการซื้อขายลิขสิทธิ์และผลประโยชน์ ที่สโมสรจะได้รับในการพัฒนาลีก

บริษัทสยามสปอร์ตซินดิเคทเข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์ทุกอย่างในสมาคมฟุตบอล เป็นเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่การถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกอาชีพและการจัดหาผู้สนับสนุนการแข่งขันโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ยามาฮ่าลีกวัน เอไอเอสลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 และการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศที่สมาคมฟุตบอลให้การรับรอง

สิ่งที่จะเห็นการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทางด้านสิทธิประโยชน์อย่างแรกที่ชัดเจนกว่าหลายปีก่อน คือการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ที่จะมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนมีนาคม โดยจะใช้ต้นแบบจากการประมูลลิขสิทธิถ่ายทอดสดจากพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ เนื่องจากเห็นว่าการประมูลลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกเป็นรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย เป็นลีกฟุตบอลที่มูลค่าในการขายลิขสิทธิ์สูงที่สุดในโลกและเซอร์ เดวิด ริชาร์ด ประธานพรีเมียร์ลีกมาเป็นที่ปรึกษาอีกด้วย

ซึ่งตอนนี้มีบริษัทในประเทศที่สนใจเข้ามาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกทั้ง ทรูวิชั่น แกรมมี่ ซีทีเอช ร่วมถึงบริษัทบริษัทต่างประเทศอย่าง เวิร์ลสปอร์ตส สปอร์ตไฟฟ์ ซึ่งทุกบริษัทอยู่ในช่วงขอแสดงความสนใจและศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมยื่นเอกสารขอประมูลในต้นเดือนมีนาคม

คุณสมบัติของบริษัทที่จะสามารถเข้ายื่นซองประมูลที่ได้มีการกำหนดเอาไว้ ซึ่งครั้งนี้จะเปิดกว้างให้กับทุกบริษัทเข้าเสนอซื้อลิขสิทธิ์ เริ่มจากการเสนอราคา ตามปกติในวงการธุรกิจบริษัทใดให้ราคาสูงที่สุดจะชนะการประมูล แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่บริษัทสยามสปอร์ตซินดิเคท และสมาคมฟุตบอลจะต้องพิจารณาร่วมกันด้วย เป็นเรื่องความน่าเชื่อมั่นและประวัติของบริษัทที่จะได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดว่าจะไม่มีปัญหาที่จะสร้างปัญหาเรื่องการถ่ายทอดสด และบริษัทที่เข้ามาประมูลจะต้องแสดงฐานจำนวนคนดูที่สามารถชมการถ่ายทอดสดที่มากขึ้นด้วย เนื่องจากฟุตบอลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกมีนโยบายการขยายฐานคนดูให้เพิ่มมากขึ้น

การบริหารสิทธิประโยชน์สำหรับฟุตบอลลีกของเมืองไทย ได้มีการประกาศอย่างชัดเจนว่ารายได้จากการหาสิทธิประโยชน์ได้ 100 % จำนวน 60% จะเป็นของสโมสร ส่วน 40% เป็นค่าบริหารจัดการแข่งขันทั้งหมด ซึ่งนี่คือตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับรายได้ที่สโมสรจะได้รับจนทำให้นำไปบริหารจัดการพัฒนาสโมสรให้มีมาตรฐานที่ดีใกล้เคียงกับที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียหรือ AFC ต้องการ คุณภาพความสนุกสนานของเกมที่จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นจนมีผลตอบรับที่ดีมีคนดูมากขึ้น และกลายเป็นมูลค่าการตลาดที่ดีขึ้นสำหรับฟุตบอลลีกของเมืองไทย


กลับขึ้นด้านบน