ค่าแรง 300 บาทกระทบผู้ประกอบการหัตถกรรมภาคเหนือหันจ้างแรงงานนอกระบบ

ค่าแรง 300 บาทกระทบผู้ประกอบการหัตถกรรมภาคเหนือหันจ้างแรงงานนอกระบบ

ค่าแรง 300 บาทกระทบผู้ประกอบการหัตถกรรมภาคเหนือหันจ้างแรงงานนอกระบบ

รูปข่าว : ค่าแรง 300 บาทกระทบผู้ประกอบการหัตถกรรมภาคเหนือหันจ้างแรงงานนอกระบบ

ค่าแรง 300 บาทกระทบผู้ประกอบการหัตถกรรมภาคเหนือหันจ้างแรงงานนอกระบบ นโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ทำให้ผู้ประกอบการผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ ประสบกับต้นทุนการผลิตสูงขึ้นร้อยละ 20 และต้องกิจการลงร้อยละ 5 ขณะที่บางราย ได้ปรับเปลี่ยนมาจ้างงานนอกระบบ โดยให้ค่าจ้างเป็นรายชิ้น

การเพิ่มขึ้นของค่าแรงจากเดิมวันละ 251 บาท เป็นวันละ 300 บาท ทำให้พนักงานของหุ้นส่วนจำกัด เชียงใหม่กรีนดีไซน์ ทั้ง 22 คน ต้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความทุ่มเทให้กับการขัดเงาไม้ และลงสีงานไม้แกะสลักให้มากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มจำนวนชิ้นงานที่ทำในแต่ละวัน ให้กับผู้ประกอบการ ที่ต้องแบกรับภาระค่าแรงและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

ค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไม้แกะสลัก ต้องปรับเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการเพื่อไม่ให้ต้นทุนสูงมากเกินไป โดยหันมาจ้างแรงงานนอกระบบมากขึ้น เพราะสามารถจ่ายค่าจ่างเป็นรายชิ้นได้ รวมทั้งต้องมีการปรับรูปแบบของสินค้าให้มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่ง เพื่อปรับราคาสินค้าขึ้นจากเดิม แต่ก็ขึ้นได้เพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ซึ่งยังถือว่าน้อยกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น


 

ภาพรวม ของภาคการผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ ซึ่งมีสมาชิก 250 ราย ต่างก็ได้รับผลกระทบจากขึ้นค่าแรง ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่มาตราการของรัฐที่ออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการนั้นแทบจะไม่มีส่วนช่วย ผู้ประกอบการได้เลย คาดว่าในระยะ 1 ปีแรกนี้จะมีผู้ประกอบการ SME ต้องปิดตัวลงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ขณะที่แรงงานมีแนวโน้มถูกเลิกจ้างมากถึง 2,500 คน จากแรงงานทั้งในและนอกระบบที่มีกว่า 50,000 คน

ผู้ประกอบการผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรม มองว่า การขึ้นค่าแรงแบบก้าวกระโดดของรัฐบาล จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของแรงงานภาคหัตถกรรมนอกระบบ ที่มีแนวโน้มที่จะผันตัวไปสู่แรงงานในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น และจะทำให้การผลิตงานหัตถกรรมขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือได้ในอนาคต


กลับขึ้นด้านบน