มูลค่ามหาศาลทางการตลาด จากระบบธุรกิจกีฬา

มูลค่ามหาศาลทางการตลาด จากระบบธุรกิจกีฬา

มูลค่ามหาศาลทางการตลาด จากระบบธุรกิจกีฬา

รูปข่าว : มูลค่ามหาศาลทางการตลาด จากระบบธุรกิจกีฬา

มูลค่ามหาศาลทางการตลาด จากระบบธุรกิจกีฬา การบริหารธุรกิจกีฬาทำให้มูลค่าการตลาดในวงการกีฬาทั้งนักกีฬา บุคลากร รวมถึงชื่อเสียงของทีม หรือ สโมสรสามารถทำรายได้มหาศาล มีผลทำให้รายได้หลักของนักกีฬาอาชีพส่วนใหญ่มาจากการเซ็นสัญญากับบรรดาสินค้าชื่อดังทั้งสิ้น

จากการจัดอันดับของนิตยสาร ฟอร์ปส์ ในปี 2012 พบว่า นักกีฬาที่มีรายได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก ประกอบด้วย อันดับ
1.ฟรอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ นักมวยชาวอเมริกันซึ่งทำรายได้ถึง 85 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 2,250 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินรางวัลเพียงอย่างเดียว
2 แมนนี่ ปาเกียว นักมวยชาวฟิลิปปินส์ มีรายได้ 62 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ
3. ไทเกอร์ วู๊ดส์ มีรายได้ 59.4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ
4.เลบรอน เจมส์ นักบาสเกตบอล 53 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ
5.โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิส มีรายได้ 52.7 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

แม้ไทเกอร์จะไม่ได้ครองอันดับ 1 เหมือนก่อน แต่การจัดการของธุรกิจกีฬา และสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ สามารถทำให้ไทเกอร์มีรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์มากกว่าเงินรางวัลหลายเท่าตัว โดยไทเกอร์ทำเงินรางวัลเพียง 4.4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ แต่การเซ็นสัญญากับไนกี้รายเดียวรับเงินไปถึง 55 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เช่นเดียวกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ที่ทำเงินจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ถึง 45 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ขณะที่กวาดเงินรางวัลจากการแข่งขันไป 7.7 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

สโมสรกีฬาเป็นตัวอย่างของการบริหารธุรกิจกีฬาอย่างเต็มรูปแบบเพราะสร้างธุรกิจต่อยอดได้หลายแขนง จากการจัดอันดับของฟอร์บส์ สโมสรกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ฟอร์บส์ยกให้ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองอันดับมูลค่าสูงสุด 2,230 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ, อันดับ 2 รีล มาดริด 1,880 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ, อันดับ 3 นิวยอร์ค แยงกีส์ ในเมเจอร์ลีกสหรัฐฯ 1,850 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เท่ากับดัลลัส คาวบอยส์ ในเอ็นเอฟแอล และอันดับ 5 วอชิงตัน เรดสกินส์ ในเอ็นเอฟแอล ซึ่งมีมูลค่า 1,560 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ


กลับขึ้นด้านบน