"ภาคประชาสังคม" เผยเหตุแผนกลุ่มก่อเหตุ จ.นราธิวาส รั่ว เพราะสูญเสียมวลชน-ใช้ยุทธวิธีทางทหารมากไป

"ภาคประชาสังคม" เผยเหตุแผนกลุ่มก่อเหตุ จ.นราธิวาส รั่ว เพราะสูญเสียมวลชน-ใช้ยุทธวิธีทางทหารมากไป

"ภาคประชาสังคม" เผยเหตุแผนกลุ่มก่อเหตุ จ.นราธิวาส รั่ว เพราะสูญเสียมวลชน-ใช้ยุทธวิธีทางทหารมากไป

รูปข่าว : "ภาคประชาสังคม" เผยเหตุแผนกลุ่มก่อเหตุ จ.นราธิวาส รั่ว เพราะสูญเสียมวลชน-ใช้ยุทธวิธีทางทหารมากไป

 การบุกโจมตีฐานปฎิบัติการทหารใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตอบโต้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 16 คน ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ใกล้ฐานที่ตั้งทหาร นอกจากนี้ภาคประชาสังคมมองว่า สาเหตุที่แผนปฏิบัติการเกิดการรั่วไหล เพราะกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบสูญเสียมวลชน เนื่องจากใช้ยุทธวิธีทางทหารมากเกินไป โดยเฉพาะกรณีสังหารครูชลธี เจริญชล ครูโรงเรียนบ้านตันหยง

การแต่งกายด้วยชุดลายพรางทหารของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งถูกทหารกองร้อยปืนเล็กที่ 2 ชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ยิงเสียชีวิตจำนวน 16 คน แสดงว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้วางแผน เพื่อสร้างความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่ แต่แผนเกิดรั่วไหล จึงถูกตอบโต้กลับ

การโจมตีฐานปฎิบัติกองร้อยปืนเล็กที่ 2 เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ01.00 น. เมื่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 30 คน ใช้รถยนต์อย่างน้อย 2 คัน มาจอดหน้าฐานปฎิบัติการ

จากนั้นนายมะรอโซ จันทราวดี แกนนำกองกำลัง RKK ได้นำกำลังทั้งหมดบุกเข้าโจมตีฐานทหารในทันที  ทำให้เจ้าหน้าที่จึงเปิดฉากยิงตอบโต้ พร้อมจุดชนวนระเบิดเคโม ซึ่งเป็นระเบิดบังคับทิศทาง ที่มีรัศมีหวังผล กว่า 200 เมตร ซึ่งฝังไว้ด้านหน้าฐานปฎิบัติการอย่างน้อย 5 ลูก จนสร้างความสูญเสียให้กับผู้ก่อความไม่สงบอย่างหนัก กระทั่งล่าถอยไป

หลังการปะทะ แม่ทัพภาคที่ 4 ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกควบคุมสถานการณ์พื้นที่ 4 ตำบล ของอำเภอบาเจาะ และ 2 ตำบล ใน อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี เพื่อติดตามแนวร่วมกลุ่มหนึ่งที่ยังหลบหนี

การเสียชีวิตของครูชลธี เจริญชล ครูโรงเรียนบ้านตันหยง ต.บาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ โดยฝีมือแนวร่วมกลุ่มเดียวกับที่โจมตีฐานทหารถูกวิเคราะห์ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้กลุ่มแนวร่วมสูญเสียมวลชน จนนำไปสู่การรั่วไหลของแผนการที่จะโจมตีฐานทหาร

การยิงต่อสู้ ระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ส่งผลให้บ้านเรือนของครอบครัวสะแม ซึ่งตั้งอยู่หน้าฐานปฎิบัติกองร้อยปืนเล็กที่ 2 ได้รับความเสียหายจากกระสุนปืนในหลายจุด  เป็นผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงเข้าหากันที่เกิดขึ้นกับประชาชน

นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ  เปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคง อาจชนะทางยุทธวิธีแบบชั่วคราว แต่อาจพ่ายแพ้ในทางยุทธศาสตร์ระยะยาว เพราะกลุ่มผู้สูญเสียกลับได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ส่วนหนึ่ง ด้วยมุมมองที่แตกต่าง เป็นจุดอ่อนของสังคมไทยต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบ

ด้านนายซากี พิทักษ์คุมพล นักวิชาการสันติวิธี ม.สงขลานครินทร์ นักสันติวิธีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า หนทางที่จะนำไปสู่สันติสุข สังคมไทยต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับความแตกต่างในอัตลักษณ์ของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกลุ่มคนที่จับอาวุธขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจรัฐ ไม่ใช่อาชญากรรม แต่เป็นการต่อสู้ทางการเมือง ดังนั้นจึงควรหาทางออกด้วยวิถีทางการเมือง


กลับขึ้นด้านบน