พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องเร่งทำแผนรับมือวิกฤตพลังงาน

พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องเร่งทำแผนรับมือวิกฤตพลังงาน

พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องเร่งทำแผนรับมือวิกฤตพลังงาน

รูปข่าว : พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องเร่งทำแผนรับมือวิกฤตพลังงาน

พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องเร่งทำแผนรับมือวิกฤตพลังงาน พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้เร่งทำแผนรับมือวิกฤตพลังงานอย่างทันท่วงที ก่อนเกิดวิกฤตไฟฟ้าดับทั้งประเทศ หลังกระทรวงพลังงานเตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในเดือนเมษายน เนื่องจากการปิดซ่อมแซมแท่นขุดเจาะก๊าซธรมชาติในพม่า และการซ่อมแซมท่อก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ซึ่งจะทำให้พลังงานขาดหายไปถึง 1,370 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

หลังจากที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤติพลังงานในประเทศ โดยระบุว่า ขณะนี้พลังงานไฟฟ้าของไทยมาจากก๊าซธรรมชาติถึงร้อยละ 70 แต่คาดว่าจะเกิดปัญหาในเร็วๆ นี้ จากปัญหาท่อก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซียขาด เนื่องจากถูกสมอเรือเมื่อปลายปี 2555 ทำให้ส่งก๊าซไม่ได้ และก๊าซขาดไปถึง 270 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ขณะเดียวกัน แท่นขุดเจาะที่ประเทศพม่าเกิดทรุดตัวลงทำให้ต้องปิดซ่อมแซม ซึ่งการผลิตก๊าซที่พม่าถือเป็นแหล่งพลังงานใหญ่ของประเทศ เพราะไทยซื้อจากพม่าถึง 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เมื่อรวม 2 แหล่งนี้ ปริมาณก๊าซอยู่ที่ประมาณ 1,370 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งหากก๊าซทั้งหมดหายไปจากระบบ ก็จะส่งผลกระทบต่อความต้องการไฟฟ้าของประเทศได้ โดยเฉพาะเมื่อเข้าเดือนเมษายนที่เข้าสู่ฤดูร้อนจะมีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น พลังงานไฟฟ้าก็จะหายไป 4,100 เมกะวัตต์ ซึ่งการหายไปของพลังงานไฟฟ้าดังกล่าว กระทรวงพลังงานจะแก้ไขโดยเปิดโรงไฟฟ้าเก่าที่เลิกใช้แล้วมาผลิตไฟฟ้าใหม่เพื่อรองรับ แต่คิดว่าน่าจะไม่เพียงพอ

จากกรณีดังกล่าว ทำให้กระทรวงพลังงานเตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินในเดือนเมษายน เพื่อขอความร่วมมือจากประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ให้ประหยัดการใช้พลังงาน โดยในสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมแผนรับมือวิกฤต ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 4 เมษายน ที่พม่าหยุดซ่อมบำรุงท่อก๊าซ ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานจะเร่งเจรจากับพม่า ให้เลื่อนกำหนดการซ่อมบำรุงท่อก๊าซออกไปเป็นวันที่ 7-8 เมษายนนี้ เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว ในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยลงได้

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแจ้งว่าจะประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยยอมรับว่ายังไม่มีแนวทางรับมืออย่างชัดเจนเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการจัดทำแผนโดยเร็ว จึงขอเรียกร้องทางรัฐบาลเร่งทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉินโดยเริ่มต้นแผนตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิ้นเดือนเมษายน เพราะสถานการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบรุนแรงกว้างขวางทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังควรขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชน ภาคครัวเรือน เพื่อให้รณรงค์เตรียมความพร้อมรับมือและร่วมกันประหยัดพลังงานใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป นอกจากนี้ ขอให้เริ่มแผนเพิ่มกำลังสำรองไฟฟ้า โดยการเดินเครื่องซ้อมโรงไฟฟ้าเก่าที่ปิดใช้ โดยไม่ต้องรอไปถึงเดิอนมีนาคม เนื่องจากจำเป็นต้องมีการซ้อมเดินเครื่องเป็นระยะ และสำรองเชื้อเพลงทางเลือกเพื่อใช้กับโรงไฟฟ้าเอกชนด้วยอย่าคิดสำรองแค่โรงไฟฟ้าภาครัฐเท่านั้น

ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. ระบุถึงข้อเสนอกรณีนี้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หรือ ปตท.ที่เป็นคู่ค้ากับพม่าควรเจรจาให้พม่ากำหนดเวลาปิดซ่อมท่อก๊าซในช่วงเดือนที่ความต้องการไฟฟ้าไม่สูงมาก กระทรวงพลังงานควรปรับปรุงระบบการรับซื้อพลังงานหมุนเวียนในระบบโควต้า เพราะมักมีปัญหาจากก๊าซขาด เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค หรือปริมาณที่คาดการณ์ว่าจะน้อยลง

นอกจากนี้ ยังควรส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้ หลังคาบ้านติดแผงโซล่าเซลล์ เช่นเดียวกับที่มีการส่งเสริมอย่างเป็นจริงเป็นจังในมาเลเซีย อิตาลี และเยอรมัน และกระทรวงพลังงานควรเปลี่ยนทัศนคติเรื่องรณรงค์ให้คนประหยัดพลังงานที่ใช้แต่งบจัดกิจกรรมพิเศษให้เป็นเรื่องจริงจังว่าการประหยัดเป็นเรื่องที่ต้องลงทุน และส่งเสริม โดยมีแรงจูงใจ และมีการวัดผลด้วย ไม่ควรเป็นแค่การรณรงค์สร้างจิตสำนึกเท่านั้นซึ่งได้ผลน้อย


กลับขึ้นด้านบน