กรมขนส่งฯระบุ แท็กซี่อ้างคุยกับผู้โดยสารไม่ใช้ภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ไม่ถือเป็นเหตุให้ปฏิเสธผู้บริโภค

กรมขนส่งฯระบุ แท็กซี่อ้างคุยกับผู้โดยสารไม่ใช้ภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ไม่ถือเป็นเหตุให้ปฏิเสธผู้บริโภค

กรมขนส่งฯระบุ แท็กซี่อ้างคุยกับผู้โดยสารไม่ใช้ภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ไม่ถือเป็นเหตุให้ปฏิเสธผู้บริโภค

รูปข่าว : กรมขนส่งฯระบุ แท็กซี่อ้างคุยกับผู้โดยสารไม่ใช้ภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ไม่ถือเป็นเหตุให้ปฏิเสธผู้บริโภค

กรมขนส่งฯระบุ แท็กซี่อ้างคุยกับผู้โดยสารไม่ใช้ภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง ไม่ถือเป็นเหตุให้ปฏิเสธผู้บริโภค กรมการขนส่งทางบก ระบุคนขับรถแท็กซี่อ้างว่าสื่อสารไม่เข้าใจกับชาวต่างชาติที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้โดยสารชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ มักจะมีกระดาษเขียนถึงจุดหมายปลายทางที่จะไปเป็นภาษาไทย หรือ จะมีนามบัตรของที่พักแสดงให้คนขับดู จึงไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลที่จะปฏิเสธผู้โดยสารได้

เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ลงพื้นที่ตรวจจับรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสาร บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ล ซึ่งเป็น 1 ในจุดที่มีการร้องเรียนแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารมากที่สุดที่หนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยแท็กซี่คันนี้ปฏิเสธผู้โดยสารที่เรียกให้ไปส่งที่เซ็นทรัลรามอินทราโดยที่ยังเปิดไฟว่างอยู่ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องแสดงตัวอธิบายให้เข้าใจถึงกฏระเบียบที่ถูกต้อง และลงโทษปรับตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก

จากการลงพื้นที่ในช่วงเวลาตั้งแต่ 16.00-17.00 น.พบมีแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารมากกว่า 10 คัน ซึ่งทั้งหมดทราบดีถึงข้อบังคับนี้ แต่ก็ยังปฏิเสธ โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า แก๊สไม่พอ ต้องนำรถไปส่งที่อู่ กลัวว่าจุดหมายที่จะไปอาจไม่ได้ผู้โดยสารตอนขากลับ หรือแม้กระทั่งอ้างว่า ไม่มั่นใจในความปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการจับได้ เพราะหากไม่รับผู้โดยสารก็ควรจะปิดไฟตามที่เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกอธิบาย

อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้แท็กซี่ใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธรับผู้โดยสาร คือ การสื่อสารไม่เข้าใจกับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงจำเป็นต้องปฏิเสธ แต่ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบกอธิบายว่า จากการลงพื้นที่เป็นประจำพบว่า ผู้โดยสารชาวต่างชาติมักจะมีกระดาษที่เขียนจุดหมายที่จะไป เป็นข้อความภาษาไทยหรือมีชื่อที่พักแสดงให้คนขับดูทุกครั้งก่อน และจุดหมายที่ชาวต่างชาติจะไปนั้น ก็เป็นระยะทางที่สามารถไปส่งได้ จึงไม่สามารถใช้ข้ออ้างนี้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธ

ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถแท็กซี่เป็นประจำ เห็นว่า คนขับรถแท็กซี่ไม่ควรใช้เหตุผลในการส่งรถหรือแก๊สหมดมาอ้างไม่รับผู้โดยสาร เพราะเป็นอาชีพที่ต้องคอยบริการผู้โดยสาร โดยควรมีการเตรียมตัวให้มากกว่านี้ก่อนออกให้บริการ

อีกสิ่งสำคัญที่ผู้โดยสารเห็นว่า ที่ทุกวันนี้ยังมีรถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารอยู่อีก ทั้งๆที่มีข้อบังคับจับปรับมาตั้งแต่ 1 กันยายนปี 2555 คือมาตรการติดตามการลงโทษ เพราะหลังจากที่ร้องเรียนไป ผู้โดยสารไม่สามารถทราบได้ว่า สิ่งที่ตนร้องเรียนไปนั้น เจ้าหน้าที่ได้รับไปดำเนินการต่อหรือไม่ จุดนี้กรมการขนส่งทางบกได้เตรียมเปิดโครงการติดตามเรื่องร้องเรียนด้วยระบบไอที เริ่มในเดือนสิงหาคมนี้ และเตรียมเปิดแอพพลิเคชั่นของกรมขนส่งทางบกแก่ผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน เพื่อการร้องเรียนที่สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น


กลับขึ้นด้านบน