ชี้อุกกาบาตถล่มรัสเซียแค่อุกกาบาตเล็ก ยันไม่เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก

ชี้อุกกาบาตถล่มรัสเซียแค่อุกกาบาตเล็ก ยันไม่เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก

ชี้อุกกาบาตถล่มรัสเซียแค่อุกกาบาตเล็ก ยันไม่เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก

รูปข่าว : ชี้อุกกาบาตถล่มรัสเซียแค่อุกกาบาตเล็ก ยันไม่เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก

ชี้อุกกาบาตถล่มรัสเซียแค่อุกกาบาตเล็ก ยันไม่เกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลก ระบุน่าจะเป็นอุกกาบาตขนาดเล็ก ที่หลุดเข้ามาในวงโคจรของโลก ไม่เกี่ยวข้องกับดาวเคราะห์น้อย 2012 DA14 ที่โคจรมาใกล้โลก

 นายศรัณย์  โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชี้แจงกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีเหตุระเบิดประหลาดเหนือท้องฟ้าของประเทศรัสเซียนั้น จากการดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากหลายสำนักข่าวในต่างประเทศ สันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าเป็นอุกกาบาตขนาดเล็กที่หลุดเข้ามาในวงโคจรของโลก และระเบิดในบรรยากาศโลกทำให้เห็นเป็นแสงสว่างวาบ อุกกาบาตขนาดเล็กนี้เข้ามาสู่บรรยากาศด้วยความเร็วที่มากกว่าเสียง ทำให้สังเกตเห็นภาพแสงขาวๆ พุ่งพาดผ่านท้องฟ้าก่อนที่จะมีเสียง และคลื่นกระแทกตามมา และเนื่องจากอุกกาบาตชิ้นนี้ระเบิดในบรรยากาศ จึงยังไม่พบรายงานว่ามีผู้พบเห็นเศษชิ้นส่วนของอุกกาบาตนี้ ทั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่าวัตถุนี้คืออะไรจนกว่าจะนำชิ้นส่วนมาศึกษาวิเคราะห์หาองค์ประกอบและที่มาของวัตถุดังกล่าว

ปกติแล้วจะมีอุกกาบาตขนาดเล็กหลุดเข้ามาในบรรยากาศของโลกทุกๆ วัน โดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ แต่ในครั้งนี้วัตถุนี้อาจมีขนาดใหญ่กว่าและมีมวลรวมหลายตัน เมื่อเข้ามาในบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูง จึงเกิดการระเบิดเหนือพื้นโลก 20-30 กม. เห็นแสงสว่างวาบและมีเสียงระเบิดตามมาเป็นระลอกในภายหลัง และถึงแม้ว่าจะมีโครงการเฝ้าระวังวัตถุใกล้โลกของนาซา และหลายหน่วยงาน ที่คอยติดตามวัตถุในลักษณะเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจจับวัตถุที่มีขนาดเล็กๆ ที่อาจมีวงโคจรที่ผ่านเข้าใกล้โลกได้ทั้งหมด เนื่องจากมีความสว่างน้อย และมีจำนวนมากนับล้านวัตถุ
นายศรัณย์  กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันเดียวกับวันที่องค์การนาซาของสหรัฐฯ ได้คำนวณการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์น้อย 2012DA14 ว่าจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในระยะประมาณ 27,700 กิโลเมตรในช่วงเช้ามืดของวันที่ 16  กุมภาพันธ์ ตามเวลาประเทศไทย แต่ขอยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเนื่องจากอุกกาบาตเล็กที่ตกที่รัสเซียโคจรจากทางทิศเหนือไปทิศใต้ ส่วนดาวเคราะห์น้อย 2012 DA14 โคจรจากทิศใต้ไปทิศเหนือ และมีระยะห่างของสองวัตถุหลายแสนกิโลเมตร
ทีมนักดาราศาสตร์ และนักวิจัยของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.4  เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ติดตามการโคจรมาใกล้โลกของดาวเคราะห์น้อย 2012 DA14 นี้ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในขณะที่ดาวเคราะห์น้อยโคจรมาใกล้โลกที่สุดจะอยู่เหนือฟากฟ้าของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
 
 
 


กลับขึ้นด้านบน