มูลนิธิชีววิถีค้านกรมวิชาการเกษตร กรณีเตรียมขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตร-หวั่นเกิดปัญหาเคมีเกษตรตกค้าง

มูลนิธิชีววิถีค้านกรมวิชาการเกษตร กรณีเตรียมขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตร-หวั่นเกิดปัญหาเคมีเกษตรตกค้าง

มูลนิธิชีววิถีค้านกรมวิชาการเกษตร กรณีเตรียมขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตร-หวั่นเกิดปัญหาเคมีเกษตรตกค้าง

รูปข่าว : มูลนิธิชีววิถีค้านกรมวิชาการเกษตร กรณีเตรียมขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตร-หวั่นเกิดปัญหาเคมีเกษตรตกค้าง

 มูลนิธิชีววิถีค้านกรมวิชาการเกษตร กรณีเตรียมขึ้นทะเบียนสารเคมีเกษตร-หวั่นเกิดปัญหาเคมีเกษตรตกค้าง มูลนิธิชีววิถี พร้อมฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตรายต่อศาลปกครอง หากขึ้นทะเบียนเคมีเกษตรร้ายแรง 4 ชนิดให้สามารถผลิตและจำหน่ายได้ ขณะที่กรมวิชาการเกษตร เปิดเวทีรับฟังความเห็นสาธารณะ เพื่อเร่งสรุปนำเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตราย ภายใน 1 เดือน

ปัญหาเคมีเกษตรตกค้างในพืชผัก ทำให้ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือ ไบโอไทย เรียกร้องให้ทุกฝ่ายติดตามกระบวนการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร อย่างใกล้ชิด หลังตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่ามีความพยายามของบริษัทเอกชน เตรียมกดดันและแทรกแซงกระบวนการพิจารณา และหากคณะกรรมการวัตถุอันตราย อนุมัติการขึ้นทะเบียน พร้อมดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพราะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

 เวทีสาธารณะ รับฟังความเห็น ผู้เกี่ยวข้อง ภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อรวบรวมประกอบการพิจารณาการขึ้นทะเบียนเคมีเกษตร ในบัญชีเฝ้าระวัง 4 ชนิด จากทั้งหมด 11 ชนิด ได้แก่ ไดโคร์โตฟอส, อีพีเอ็น, เมธโทมิล และคาร์โบฟูราน ซึ่งเกษตรกรนิยมใช้ในนาข้าว พืชผักตระกูล แตง ถั่ว พริก และมะเขือ

นักวิชาการจากหลายสำนักนำผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยและชี้ให้เห็นว่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ ตัวแทนภาคเอกชน นำเสนอรายงานประเมินผลกระทบ โดยย้ำว่า ปัญหาสารพิษตกค้างในพืชผัก มาจากเกษตรกรใช้เคมีเกษตรผิดวัตถุประสงค์

ขณะที่กรมวิชาการเกษตร จะเร่งสรุปรายงานเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณา ภายใน 1 เดือน โดยเสนอปรับเปลี่ยนระดับการควบคุมเคมีเกษตร รวมทั้งระงับการนำเข้า ไดโคโตฟอส และอีพีเอ็น เนื่องจากไม่มีเอกชนนำเข้าแล้ว

ขณะที่คาร์โบฟูราน และเมธโทมิล มีความต้องการใช้สูง คิดเป็นมูลค่าการตลาดเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท จากมูลค่าการตลาดเคมีเกษตร ปี 2554 กว่า 22,000 ล้านบาท และแม้ปัจจุบันถูกระงับนำเข้าชั่วคราว แต่มีการจำหน่าย

 


กลับขึ้นด้านบน