หนองโพ "คิดดี" ย่อโลกให้เล็กด้วยสื่อยุคดิจิตอล

หนองโพ "คิดดี" ย่อโลกให้เล็กด้วยสื่อยุคดิจิตอล

หนองโพ "คิดดี" ย่อโลกให้เล็กด้วยสื่อยุคดิจิตอล

รูปข่าว : หนองโพ "คิดดี" ย่อโลกให้เล็กด้วยสื่อยุคดิจิตอล

หนองโพ ในยุคดิจิตอลสื่อทุกประเภทเชื่อมโยงกันเพียงแค่ปลายนิ้ว “Click” การตื่นตัวของเยาวชนในโลกข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่มิอาจปิดกั้นอีกต่อไป...

 ...ยุคเดียวกันกับที่เยาวชนสามารถเข้าถึงสื่อด้วยเครือค่ายอินเตอร์เน็ตผ่านระบบการศึกษาภาคบังคับ สื่อโทรทัศน์และสื่อภาพยนตร์ได้ถูกลอกเลียนกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมเยาวชนปัจจุบัน เพื่อเป็นการสร้างเกราะป้องกันเยาวชนจากสื่อดังกล่าว การเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามาศึกษาเทคนิควิธีและแนวทางศิลปะไม่จำกัดรูปแบบ พัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ ผลิตสื่อเพื่อเสนอสาระความรู้ความเข้าใจ แสดงออกความสดใหม่ในวัยเยาว์ บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์รอบตัว ระหว่างตนเองกับสิ่งต่างๆ ชุมชน มุมมองต่อผู้อื่น ต่อสังคมและมุมมองต่อโลกผ่านผลงานภาพยนตร์สั้นแอนิเมชัน เพื่อสะท้อนภาพสมดุลระหว่างความจริงและจินตนาการ มีโอกาสเป็นทั้งผู้ประดิษฐ์คิดค้นเรื่องราวและตัวแสดง ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับเรื่อง-กำกับการแสดง ผู้เขียนบท และเป็นผู้เล่นด้วยตนเอง ซึ่งนั้นจะส่งผลให้เด็กไม่ตกเป็น “เหยื่อ” ในรูปแบบต่างๆ ได้

              
นางพรพิไล มีมาลัย รองประธานโครงการจัดฝึกอบรมศิลปะไม่จำกัดรูปแบบเพื่อการผลิตสื่อภาพยนตร์สั้นแอนิเมชัน แก่เยาวชนชุมชนหนองโพและเยาวชนทั่วไป และการจัดเทศกาลหนังสั้นเยาวชนชุมชนหนองโพ ครั้งที่ 2 โครงการภายใต้การสนับสนุนโดยแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. บอกว่า ทุกวันนี้เราหลีกเลี่ยงไม่ให้สื่อดิจิตอลเข้าใกล้เด็กไม่ได้ แต่เราสามารถสร้างและเปิดมุมมองในการสร้างสรรค์สื่อดีให้เด็กได้ โครงการฯ ได้มีแนวคิดผลักดันให้เด็กมาเป็นผู้ประดิษฐ์ด้วยตัวเอง 
 
มีขั้นตอนการดำเนินงานที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ขั้นตอนการดำเนินงานฝึกอบรมฯ และ 2.ขั้นตอนการดำเนินงานจัดเทศกาลหนังสั้นเยาวชนชุมชนหนองโพ ครั้งที่ 2 ขึ้นเพื่อนำผลงานที่เด็กๆ ได้ผลิตขึ้นมาไปฉายให้ชุมชนดูเพื่อสะท้อนความคิดที่เด็กต้องการสื่อสารกับผู้ใหญ่ ชุมชน และสังคม นำไปสู่การเรียนรู้ระหว่างชุมชน และผู้ชมทั่วไป 
 
อีกทั้งกระตุ้นความสนใจ การเรียนรู้ สร้างแรงขับเคลื่อนให้กับชุมชนและเยาวชนในชุมชน ให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาความคิด และทักษะในการดำรงชีวิต มีความตระหนักต่อคุณค่าในศิลปวัฒนธรรมของตนเองและของผู้อื่นต่อไป
              
สีหน้าเปื้อนยิ้ม สายตามุ่งมั่น อยู่กับภาพยนตร์สั้นแอนิเมชันที่กำลังทำอยู่ตรงหน้า ด้วยบทบาทที่เป็นทั้งผู้ประดิษฐ์คิดค้นเรื่องราวและตัวแสดง ไม่ว่าจะผู้กำกับเรื่อง-กำกับการแสดง ผู้เขียนบท และเป็นผู้เล่นในเวลาเดียวกัน ทำให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังบอกอีกว่า “เมื่อทำหนังสั้นแอนิเมชันเสร็จหนูจะนำไปฉายให้ชุมชนดู” 
               
นั่นคือภาพและเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเยาวชนมาอยู่รวมกันเพื่อผลิตหนังสั้นแอนิเมชันของตัวเอง ซึ่งน้องใบหม่อน เด็กหญิงสุดารัตน์ แก้วปาน อายุ 11 ปี เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการฯ บอกว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นทำสื่อ(หนังสั้นแอนิเมชัน) ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งก่อนหน้าตนก็เป็นเพียงเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่เมื่อว่างก็จะชอบเล่นเกม วิ่งเล่น แต่เมื่อเข้าร่วมโครงการนี้ตนมีโอกาสได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการคิด การเขียนบท การนำงานศิลปะที่นำมาทำเป็นหนังสั้นแอนนิเมชัน เป็นเรื่องราว ที่เกิดขึ้นกับตัวเองที่ไปวัดแล้วได้พบเห็น “
พระสูบบุหรี่” เลยสงสัยว่าทำไม “พระสูบบุหรี่ได้” จึงนำมาสร้างเป็นหนังเพื่อถามชุมชนให้ช่วยหาคำตอบ... ซึ่งการทำหนังสั้นในครั้งนี้นอกจากจะทำให้บ้าน วัด ชุมชนได้ใกล้กันมากขึ้นแล้ว ยังได้สร้างความภาคภูมิใจให้ตนและเพื่อนๆ คนอื่นที่เข้าร่วมโครงการว่า “เด็กๆ อย่างเราก็ทำหนังได้” เกิดขึ้น อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้อีกเรื่อยๆ 
            
ถึงแม้โลกของข้อมูลข่าวสารจะสามารถส่งสารไปยังผู้รับได้เร็วแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าผู้รับโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนรู้จักคิดและเลือกรับสื่อ หรือได้กลายเป็นผู้สร้างสื่อขึ้นมาเสียเอง เชื่อได้ว่าเด็กจะสะท้อนมุมมองอีกมุมมองที่ผู้ใหญ่ต้องฟัง หรือเรื่องราวที่น่าสนใจในแง่มุมที่ผู้ใหญ่บางคนคิดไม่ถึงออกมา และเมื่อเลือกใช้สื่อยุคดิจิตอลเป็นตัวเชื่อมเผยแพร่ไปต่อเพื่อย่อสังคมให้เล็กลง จะทำให้คนในสังคมใกล้กันมากขึ้น นอกจากจะเป็นการใช้สื่อเป็นประโยชน์แล้วเด็กและเยาวชนก็จะมีเกราะเพื่อปกป้องตัวเองได้อีกชั้นหนึ่งเลยก็ว่าได้!!
 
 


กลับขึ้นด้านบน