"เอสซีจีเมืองทองฯ" พบ "บุรีรัมย์ฯ" ชิงถ้วยพระราชทาน ก.

"เอสซีจีเมืองทองฯ" พบ "บุรีรัมย์ฯ" ชิงถ้วยพระราชทาน ก.

"เอสซีจีเมืองทองฯ" พบ "บุรีรัมย์ฯ" ชิงถ้วยพระราชทาน ก.

รูปข่าว : "เอสซีจีเมืองทองฯ" พบ "บุรีรัมย์ฯ" ชิงถ้วยพระราชทาน ก.

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ก.เป็นธรรมเนียมก่อนที่ฟุตบอลลีกของเมืองไทยจะเริ่มต้นขึ้น โดยปีนี้ เอสซีจีเมืองทองฯ แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก พบกับ บุรีรัมย์ฯ แชมป์มูลนิธิไทยคมเอฟเอคัพ

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ก. เป็นถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทยมีอายุเกือบ 100 ปี แต่เดิมเป็นการแข่งขันที่ให้สโมสรสมาชิกเข้าแข่งขัน แต่ในปี 2539 มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโดยหลังจากเริ่มมีลีกฟุตบอล โดยให้ทีมแชมป์กับรองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกลงเล่นก่อนเปิดฤดูกาล และมาถึงยุคเฟื่องฟูของฟุตบอลอาชีพ ในปี 2553 จะเอาแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก กับ มูลนิธิไทยคมเอฟเอคัพมา มาแข่งขันกัน

หากดูทีมที่แชมป์ย้อน 5 ครั้งหลังสุด ชลบุรีเป็นทีมที่มีสถิติการเล่นฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ก. ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะได้แชมป์ 4 ครั้ง และถ้วยก. ครั้งที่แล้ว ชลบุรีฯ ซึ่งชิงกับ บุรีรัมย์ฯ เสมอกันไปเวลา 2-2 และชลบุรีฯ ชนะด้วยการดวลจุดโทษ

ขณะที่เอสซีจีเมืองทองฯ คว้าแชมป์ ถ้วย ก. ได้เพียงสมัยเดียวจากการเข้าชิง 2 ครั้ง ด้วยการเอาชนะการท่าเรือไทย 2-0 ก่อนที่จะเกิดเหตุอื้อฉาวแฟนบอลการท่าเรือไทยไล่ตีแฟนบอลเอสซีจีเมืองทองฯ ส่วนทางบุรีรัมย์ฯ ไม่เคยได้ถ้วยพระราชทาน ก.

ในปีนี้จะเป็นการพบกันของ 2 ทีมที่เก่ง โดยทีมบุรีรัมย์ฯ ไม่แพ้ใครในถ้วย มูลนิธิไทยคมเอฟเอคัพ ขณะที่ทีมเอสซีจีเมืองทองฯ ไม่แพ้ใครในลีก 34 นัด ทั้ง 2 ทีมหลังจากแข่งขันจบจะมีคิวลงเตะฟุตบอล เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก

ซึ่งเอสซีจีเมืองทองฯ ได้เล่นในบ้านที่เอสซีจีสเตเดี้ยม พบกับ ชนบุก ฮุนได มอเตอร์ส จากเกาหลีใต้ ขณะที่บุรีรัมย์ฯ จะต้องเดินทางออกไปเยือน เวกัลตะ เซนไดที่ประเทศญี่ปุ่น

เอสซีจีเมืองทองฯ จะส่งนักเตะชุดใหญ่ลงสนามด้วยระบบการเล่น 4-4-2 โดย ธีรศิลป์ แดงดา จะยืนเเป็นศูนย์หน้าคู่กับ โรนัล ลินซ์ ดาวซัลโวทีมชาติออสเตรีย ซึ่งเป็นนักเตะใหม่ที่น่าจับตามอง รวมถึงศูนย์หน้าทีมชาติเกาหลีเหนือชุดฟุตบอลโลกปี 2010 และรี เมียง จุน นักเตะดางรุ่งทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้ในทีม เอสซีจีเมืองทองฯ มีนักเตะทีมชาติเกาหลีเหนือ 3 คน โดย 2 คนเล่นในฟุตบอลโลก 2010

 ส่วนบุรีรัมย์ฯ ซื้อนักเตะใหม่เกือบทั้งหมด แต่นักเตะที่น่าจับตามองของทีมบุรีรัมย์ฯ เป็น ชาริล แชปปุยส์ นักเตะลูกครึ่งไทย-สวิส ที่โชว์ฟอร์มการเล่นกับบุรีรัมย์ฯ โดดเด่นจนซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เตรียมเรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ในการเตรียมทีมเดือนหน้า

นอกจากนี้ ปราสาทสายฟ้าเกมนี้ยังจะได้ สุเชาว์ นุชนุ่ม ที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาเล่น ส่วนคู่หัวหอกจะเป็น ไค ฮิราโนะ กับ โกรัน เยอร์โควิช

เกมชิงถ้วยพระราชทาน ก. วันพรุ่งนี้ ทั้ง สลาวิซ่า โยคาโนวิช กับ อรรถพล บุษปาคม โค้ชทั้ง 2 ทีมมุ่งมั่นในการคว้าแชมป์ให้ได้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจของนักเตะก่อนเริ่มเปิดฤดูกาลโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีกในวันที่ 2 และ 3 มีนาคม

ไปดูสถิติระหว่าง เอสซีจีเมืองทองฯ กับ บุรีรัมย์ฯ ในการพบกันของทั้ง 2 ทีม บุรีรัมย์ มีสถิติที่ดีกว่าเอสซีจีเมืองทอง โดยเจอกัน 7 ครั้ง บุรีรัมย์ ชนะ 3 เสมอ 4 และยังไม่เคยแพ้ขุนพลกิเลนผยอง และนัดล่าสุดที่พบกันในลีกวันที่ 19 สิงหาคม ที่เอสซีจีสเตเดี้ยม ทั้ง 2 ทีมเสมอกันไป 1-1

 


กลับขึ้นด้านบน