กกต.กทม.เผยไม่พบข้อร้องเรียนกรณีสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้าน

กกต.กทม.เผยไม่พบข้อร้องเรียนกรณีสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้าน

กกต.กทม.เผยไม่พบข้อร้องเรียนกรณีสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้าน

รูปข่าว : กกต.กทม.เผยไม่พบข้อร้องเรียนกรณีสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้าน

กกต.กทม.เผยไม่พบข้อร้องเรียนกรณีสวมสิทธิ์ทะเบียนบ้าน กกต.กทม.ระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีช่วยผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หาเสียง อาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่ยังต้องพิจารณาเพิ่มเติม ส่วนกรณีการสวมสิทธิ์ในทะเบียนบ้านยังไม่พบข้อร้องเรียน แต่ยืนยันว่า หากเจ้าบ้านพบความผิดปกติของรายชื่อสามารถแจ้งให้ทราบจนถึงวันเลือกตั้ง

นายวีระ ยี่แพร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวถึง กรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุ มีประชาชนร้องเรียนว่า มีการสวมสิทธิรายชื่อเข้ามาในทะเบียนบ้านในเขตภาษีเจริญ บางแค และวังทองหลาง อาจเป็นการเตรียมการทุจริตการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

โดยระบุว่า ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 มาตรา 38 วรรค 2 และมาตรา 40 วรรค 3 ซึ่งหากเจ้าบ้านพบรายชื่อแปลกปลอมปรากฎในทะเบียนบ้าน สามารถยื่นแจ้งถอนรายชื่อที่มีการสวมสิทธิเข้าในทะเบียนบ้าน ได้ที่ กกต.กทม.หรือ ปลัดกทม.ฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งท้องถิ่นประจำกทม.เพื่อขอให้ตรวจสอบ และดำเนินการถอนรายชื่อได้ทันที ตั้งแต่พบเห็นการกระทำดังกล่าวจนถึงวันเลือกตั้ง

ด้าน พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร หรือ กกต.กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่พบมีการแจ้งย้ายเข้าย้ายออกที่ผิดปกติ หากจะมีการกล่าวอ้างควรมีข้อเท็จจริงและรับผิดชอบต่อสังคม

ส่วนคำร้องเรื่องโพลสำรวจ, การปฏิบัติหน้าที่ของปลัด กทม., เรื่องใส่ร้ายจากการตัดต่อข้อความและภาพ 2 เรื่อง, เรื่องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และเรื่องแบบสำรวจของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่เข้าข่ายไม่เป็นกลางอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ โดยจะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 1 มี.ค.56

ขณะนี้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 มี.ค. ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ห้ามสำนักโพลต่างๆ เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็น ซึ่งกกต.กทม.จัดเจ้าหน้าที่ 5 คนทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กกต.กลาง 7 คน ในการตรวจสอบการเผยแพร่ผลโพลในระบบออนไลน์ และโซเชียลมีเดียเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ระบุว่า คำปราศรัยของ นายกรัฐมนตรี ที่ช่วยหาเสียงให้กับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.อาจผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยจะยื่นร้องต่อ กกต.  ต้องดูเนื้อหาที่มายื่น ซึ่งมีมาตรา 60 ที่เจ้าหน้าที่รัฐ จะไม่กระทำการใดอันโดยการใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้คุณให้โทษ ยกเว้นเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่

ซึ่งต้องพิจารณาว่านายกรัฐมนตรี ไปช่วยในฐานะใด ถ้าช่วยในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทยถือว่าไม่ผิด เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับให้สังกัดพรรค

 


กลับขึ้นด้านบน