โครงการก่อสร้างสนามกีฬา 7 จังหวัดล่าช้า

โครงการก่อสร้างสนามกีฬา 7 จังหวัดล่าช้า

โครงการก่อสร้างสนามกีฬา 7 จังหวัดล่าช้า

รูปข่าว : โครงการก่อสร้างสนามกีฬา 7 จังหวัดล่าช้า

โครงการก่อสร้างสนามกีฬา 7 จังหวัดล่าช้า ประธานคณะอนุกรรมาธิการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในคณะกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา แสดงความเป็นห่วงโครงการก่อสร้างสนามกีฬา 7 จังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรปราการ ที่แม้จะเป็นจังหวัดนำร่องแต่การก่อสร้างล่าช้ามากที่สุด

โครงการก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดสมุทรปราการเป็นโครงการที่ล่าช้าที่สุดใน 7 จังหวัด ซึ่งสนามกีฬาในจังหวัดสมุทรปราการดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2554 มีเนื้อที่ 117 ไร่ อยู่บริเวณตำบลบางปลา อำเภอบางพลี ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี สมุทรปราการ

โครงการนี้ประกอบด้วยสนามฟุตบอลความจุ 20,000 ที่นั่ง สนามซ้อมขนาด 600 ที่นั่งพร้อมอัฒจรรย์ และลู่วิ่ง สระว่ายน้ำความยาว 50 เมตร สนามเทนนิส โรงยิมเนเซี่ยม อาคารที่พัก และอาคารอำนวยการ เป็นต้น ซึ่งไรับการอนุมัติงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้มีเพียงสนามซ้อม 600 ที่นั่งเท่านั้นที่สร้างเสร็จ

นายสุโข วุฑฒิโชติ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศชี้ว่าปัญหาความล่าช้าของสนามกีฬาที่เกิดขึ้นทุกจังหวัดขณะนี้เกิดจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.ในฐานะเจ้าของโครงการ มอบหมายให้กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องส่งต่อให้กรมทางหลวงแต่สุดท้ายก็เกิดปัญหาเดียวกัน

กรมทางหลวงจึงตัดสินใจส่งต่อให้กับบริษัทซับคอนแทร็คอีกทอดหนึ่ง สิ่งที่ทำได้เวลานี้คือต้องหารือกับ กกท. และประสานให้แต่ละจังหวัดเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเพื่อความคล่องตัวในการก่อสร้างซึ่งต้องรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จทันงบผูกพันปี 2557

ปัญหาของการก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ขณะนี้มีการโอนถ่ายโครงการสนามกีฬาความจุ 20,000 ที่นั่งไปให้กับ อบจ.สมุทรปราการ โดยนายชลสวัสดิ์ อัศวเหม เป็น นายก อบจ. นายชลสวัสดิ์เสนอให้มีการซื้อที่แห่งใหม่เพื่อสร้างสนามฟุตบอล ซึ่งต้องใช้งบประมาณอีกกว่า 1,000 ล้านบาท โดย อบจ.จะเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเอง

สำหรับโครงการสร้างสนามกีฬา 7 จังหวัด ประกอบด้วยสกลนคร, สระแก้ว, อำนาจเจริญ, มหาสารคาม, เพชรบูรณ์, สมุทรปราการ และนราธิวาส ซึ่งทั้งหมดการก่อสร้างล่าช้าไม่เป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะสมุทรปราการ ที่ล่าช้ามากที่สุดทั้งที่เป็นจังหวัดนำร่อง และได้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาทเท่ากับนราธิวาส ขณะที่อีก 5 จังหวัด ได้งบประมาณจังหวัด 250 ล้านบาท
 


กลับขึ้นด้านบน