กลุ่มฮิวแมนไร้ท์วอทช์ จี้ทางการไทยเร่งหามือปืนคดียิงแกนนำต้านลอบทิ้งน้ำปนเปื้อนสารเคมี

กลุ่มฮิวแมนไร้ท์วอทช์ จี้ทางการไทยเร่งหามือปืนคดียิงแกนนำต้านลอบทิ้งน้ำปนเปื้อนสารเคมี

กลุ่มฮิวแมนไร้ท์วอทช์ จี้ทางการไทยเร่งหามือปืนคดียิงแกนนำต้านลอบทิ้งน้ำปนเปื้อนสารเคมี

รูปข่าว : กลุ่มฮิวแมนไร้ท์วอทช์ จี้ทางการไทยเร่งหามือปืนคดียิงแกนนำต้านลอบทิ้งน้ำปนเปื้อนสารเคมี

กลุ่มฮิวแมนไร้ท์วอทช์ จี้ทางการไทยเร่งหามือปืนคดียิงแกนนำต้านลอบทิ้งน้ำปนเปื้อนสารเคมี รองผู้บัญชาการตำรวจภาค 2 จำลองเหตุการณ์ขณะแกนนำต่อต้านการลักลอบทิ้งขยะและน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมี ในพื้นที่ตำบลหนองแหนถูกลอบยิง พร้อมเตรียมตรวจสอบคู่กรณีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหาความเชื่อมโยงถึงผู้บงการ ขณะที่ กลุ่มฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกมาเรียกร้องให้ทางการไทยเร่งสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด โดยไม่คำนึงสถานะทางการเมืองของผู้ที่ลงมือ

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า กลุ่มฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางการไทยเร่งสอบสวนคดีการสังหาร นายประจบ เนาวโอภาส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 ตำบลหนองแหน ซึ่งเป็นแกนนำต่อต้านการลักลอบทิ้งขยะ และน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมี โดยนายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการกลุ่มฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า รัฐบาลไทยจะต้องนำตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนี้มาดำเนินคดีในทันที โดยไม่คำนึงถึงสถานะ หรือ ความเกี่ยวเนื่องทางการเมืองของผู้ที่ลงมือสังหาร พร้อมระบุว่า การฆ่า นายประจบ เป็นอีกตัวอย่างของความล้มเหลวของทางการไทยในการปกป้องนักเคลื่อนไหวที่ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยงขณะที่พยายามปกป้องชุมชนของตัวเอง

ฮิวแมนไรท์วอทช์ ยังระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา มีนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน และเพื่อสิ่งแวดล้อมในไทย ถูกฆ่าไปแล้วกว่า 30 คน ขณะที่มีผู้ต้องสงสัยถูกดำเนินคดีไม่ถึงร้อยละ 20 ของคดีที่เกิดขึ้น

ขณะที่ความคืบหน้าของคดี พล.ต.ต.นิวัฒน์ รัตนาธรรมวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้สั่งชุดสืบสวนจำลองเหตุการณ์ ก่อนที่จะถูกลอบยิง โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณไซต์งาน ในพื้นที่ตำบลเมืองใหม่ อำเภอพนมสารคาม ไปตามถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม จนถึงจุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ ส่วนรถยนต์ต้องสงสัยที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จากการสอบปากคำเจ้าของรถ และบุคคลที่เกี่ยวข้องยังไม่พบพิรุธ

ก่อนหน้านี้ นายประจบ และนายจร เนาวโอภาส พี่ชาย พร้อมแกนนำอีกหลายคน ร้องเรียนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนและกลุ่มนายทุนในพื้นที่ ที่ลักลอบนำน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมไปทิ้งในบ่อลูกรังเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จนสร้างผลกระทบกับชาวบ้าน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ตรวจสอบ และดำเนินคดีกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังขยายผลจนพบว่า นอกจากตำบลหนองแหนแล้ว ยังมีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมปนเปื้อนสารเคมี ในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม ซึ่งเป็นบ่อลูกรังกว่าร้อยไร่ ซึ่งเชื่อว่า น่าจะเกี่ยวพันกับกลุ่มนายทุนเดิมที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่


กลับขึ้นด้านบน