มศว เน้นแนวคิดรับน้องใหม่ ให้นิสิตทำงานแบบเครือข่าย เป็นหูเป็นตาเหมือนสับปะรด

มศว เน้นแนวคิดรับน้องใหม่ ให้นิสิตทำงานแบบเครือข่าย เป็นหูเป็นตาเหมือนสับปะรด

มศว เน้นแนวคิดรับน้องใหม่ ให้นิสิตทำงานแบบเครือข่าย เป็นหูเป็นตาเหมือนสับปะรด

รูปข่าว : มศว เน้นแนวคิดรับน้องใหม่ ให้นิสิตทำงานแบบเครือข่าย เป็นหูเป็นตาเหมือนสับปะรด

มศว  เน้นแนวคิดรับน้องใหม่  ให้นิสิตทำงานแบบเครือข่าย เป็นหูเป็นตาเหมือนสับปะรด อธิการฯ ย้ำทำงานกับเด็กต้องไว้วางใจ เชื่อมั่น อย่ามีอคติกับเด็กมาก เผยเคล็ดลับ ได้ใจเด็ก ด้วยการให้เวลานิสิตเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

  ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่าจากการที่ได้ติดต่อพูดคุยกับนิสิตเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน อีกทั้งได้มีการสื่อสารกับนิสิตผ่านทางโซเชียลมีเดีย (Socail media) โดยผ่านช่องทางเฟซบุ๊ค (Facebook) ด้วยการเปิดใจให้กว้างรับฟังเรื่องราวของนิสิต ทำให้ได้ข้อมูลจากนิสิตอย่างใกล้ชิด และเป็นข้อมูลที่ผู้บริหารคนอื่นๆ อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ตอนนี้ตนทราบข้อมูลของมหาวิทยาลัยผ่านการบอกเล่าของนิสิตเป็นจำนวนมาก ด้วยการที่พวกเขานัดหมายอยากขอพบเป็นคณะ เป็นกลุ่มทำงาน เพื่อให้เวลากับพวกเขาเสมือนลูกที่ต้องการบอกเล่าปัญหา หรืออยากปรึกษาทุกๆ เรื่อง  

 
“ผมได้รับฟังเรื่องการเสนอแก้ปัญหาการรับน้องใหม่ ประจำปี 2556 ซึ่งน่าสนใจมากจากนิสิต นิสิตนำเสนอว่าทางมหาวิทยาลัยต้องพึ่งนิสิตให้มาก ผู้บริหารและกลุ่มคนที่ทำงานเกี่ยวกับนิสิตต้องไม่เกรียวกราวหรือใส่อารมณ์ความรู้สึกอคติกับนิสิต การทำเช่นนั้นยิ่งทำให้รื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยหลงหูหลงตาทีมผู้บริหารและผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้เสมอ มาตรการของผู้ใหญ่อาจดูดีกว่าการให้เด็กคุมกันเองในระดับเกณฑ์ แต่ความทั่วถึงในการเข้าถึงปัญหาแย่กว่าเสมอ ผลรวมของการแก้ปัญหาการรับน้องไม่ว่าจะสถาบันการศึกษาไหนจึงดูแย่ หากผู้ใหญ่ทำเองทุกเรื่อง มาตรการของกองกิจฯ อาจารย์ที่ปรึกษา รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตของแต่ละคณะ จะมีเกณฑ์คุณภาพในทางทฤษฎีดูดีกว่าให้เด็กคุมกันเอง ซึ่งดูจะจริง แต่ความทั่วถึงในการรับรู้และมองเห็นปัญหาสู้นิสิต นักศึกษามาเป็นหูเป็นตาไม่ได้เลย”
 
ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า การประชุมหารือกับเด็ก เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน มีเมตตาใส่ใจที่จะคุยกับเขา และในฐานะเป็นผู้ใหญ่ต้องยืดหยุ่นเชื่อเด็กบ้าง ผู้ใหญ่ส่วนมากไม่ค่อยไว้วางใจเด็ก มีอคติตั้งป้อมกัยเด็กก่อนเสมอ เขาจะมาช่วยเป็นหูเป็นตาก็ไม่ไว้วางใจ นี่เป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของการทำงานกับเด็ก และผู้ใหญ่ก็ทำงานไม่ไหวเพราะเราคิดว่าตัวเองทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งเด็ก นี่คือบริบทที่ใหญ่มากในการแก้ปัญหารับน้องใหม่ของเกือบทุกสถาบันการศึกษา ทุกวันนี้เราทำงานแบบต่อจิ๊กซอร์ที่ไม่มีวันต่อสำเร็จได้ หากผู้ใหญ่ยังทำงานร่วมกับนิสิตเป็นเครือข่ายไม่เป็น ไม่ไว้วางใจ จึงอยากให้ข้อคิดว่าเราทำงานไม่ไหวหรอก หากไม่ให้นิสิตเข้ามาช่วยเป็นหูเป็นเสมือนไร่สับปะรด ปัญหาการรับน้องใหม่ในสถาบันการศึกษาก็ยังคงวนเวียนอยู่ทุกปี ไม่จบสิ้น 
 
"ผมคิดว่าการทำงานเป็นเครือข่ายสับปะรดจะช่วยแก้ปัญหาการรับน้องใหม่ด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมรุนแรงลงได้ " 


กลับขึ้นด้านบน