"เชียงของ" เมืองแห่งการพัฒนาทางวัฒนธรรม

"เชียงของ" เมืองแห่งการพัฒนาทางวัฒนธรรม

"เชียงของ" เมืองแห่งการพัฒนาทางวัฒนธรรม

รูปข่าว : "เชียงของ" เมืองแห่งการพัฒนาทางวัฒนธรรม

เชียงของ เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญมาตั้งแต่อดีต ด้วยพื้นที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้านทั้งพม่า ลาว จีน เมื่อเปิดสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลง คนพื้นที่จึงกำหนดแผนปรับเปลี่ยนเป็นเมือง 2 แบบ แบ่งเขตพัฒนาและรักษาพื้นที่วัฒนธรรม

นิทานท้องถิ่นเล่าเรื่องปู่ละหึ่งแบกถ่านจนคานหักตกลงในแม่น้ำโขง บอกเล่าที่มาของชื่อเรียกท่าผาถ่าน ด้วยความโดดเด่นของผาหินสีดำคล้ายถ่าน สัญลักษณ์ท่าเรือประวัติศาสตร์ของเมืองชายแดนเชียงของ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้เส้นทางผ่านสินค้าและผู้คนส่วนใหญ่ ย้ายไปยังท่าเรือบั๊คในเขตหัวเวียง ที่นี่จึงซบเซามากว่า 20 ปี ท่าผาถ่าน เป็น 1 ในสถานที่สำคัญสะท้อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมเมือง ที่จะรวมอยู่ในแผนอนุรักษ์ที่ชุมชนออกแบบเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง หากเปิดใช้สะพานข้ามโขงแห่งที่ 4 ที่มีกำหนดแล้วเสร็จกลางปีนี้

สะพานข้ามโขงแห่งที่ 4 เชื่อมจากเมืองเชียงของ-ห้วยทรายในฝั่งลาว ซึ่งจะสร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน 2556  และหลังจากเปิดใช้สะพาน เชียงของจะเป็นทางผ่านสินค้า รวมถึงการท่องเที่ยวที่มากขึ้น ทำให้ชาวเชียงของร่างแผนพัฒนาเมือง 2 แบบ พัฒนาทั้งเขตเศรษฐกิจและรักษาวัฒนธรรม

ขณะนี้ งานก่อสร้างสะพานสร้างเสร็จร้อยละ 70 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจแนวเหนือใต้ และโครงข่ายคมนาคมไทยลาวและจีน  หากนโยบายเปิดประตูการค้า ส่งเสริมการท่องเที่ยวราว 10 ปีมานี้ มีผลให้เมืองเล็กๆ ที่เคยเงียบสงบอย่างเชียงของ เผชิญความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทำให้เครือข่ายนักอนุรักษ์และชาวชุมชน ร่างแผนกำหนดเมือง 2 แบบ แบ่งเขตเมืองใหม่เป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ-การค้า ระบบขนส่ง แยกกับพื้นที่เมืองเก่า ที่ส่งเสริมให้เป็นแหล่งเรียนรู้-อนุรักษ์ หวังใช้ตั้งรับกับปัญหาการท่องเที่ยว และการรุกคืบจากสินค้าของชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีน ที่อาจทำลายวิถีเมืองเชียงของและอัตลักษณ์วัฒนธรรมเดิม

เมืองชายแดนหลายแห่ง เจริญขึ้นหลังการเปิดด่านเป็นทางผ่านสินค้า หากวิถีเมืองกลับเปลี่ยนตามการเข้ามาของทุนท่องเที่ยว และการพัฒนาย่านเศรษฐกิจที่แตกต่างกับวัฒนธรรมเดิม เช่น แม่สาย เชียงแสน  หากความตื่นตัวของชาวเชียงของในการพัฒนาอนุรักษ์เมืองอย่างมีส่วนร่วม ตลอดจนขับเคลื่อนเสนอราชการให้แผนพัฒนา 1 เมือง 2 แบบได้รับการประกาศใช้ ล้วนมาจากความตั้งใจจริงของคนพื้นที่ ในการรักษาชีวิตวัฒนธรรมเมืองชายแดนริมโขง


กลับขึ้นด้านบน